🌸 ประสบการณ์เที่ยว Beppu เมืองออนเซ็นแห่งคิวชู
เมื่อคุณเดินทางมาถึง Beppu เมืองออนเซ็นชื่อดังของจังหวัดโออิตะ คุณจะรู้สึกได้ทันทีถึงกลิ่นอายของความร้อนจากธรรมชาติที่ซ่อนอยู่รอบเมือง ลองจินตนาการว่าขึ้นรถไฟมาเพียงสองชั่วโมงจากฟุกุโอกะ และทันทีที่ก้าวออกจากสถานี จะเห็น ควันไอน้ำลอยขึ้นมาจากบ่อออนเซ็น ปะปนกับกลิ่นกำมะถันอ่อน ๆ ที่ลอยมาตามลม นี่แหละคือเอกลักษณ์ของ Beppu
🔥 Jigoku Meguri – ทัวร์บ่อนรก
หนึ่งในกิจกรรมที่ห้ามพลาดคือ Jigoku Meguri หรือ “ทัวร์บ่อนรก” บ่อออนเซ็นแต่ละแห่งมีสีสันและลักษณะแตกต่างกัน
- Umi Jigoku: น้ำพุร้อนสีฟ้าใสเหมือนทะเล
- Oniishibozu Jigoku: บ่อโคลนเดือดเป็นตุ่ม ๆ คล้ายหัวโผล่
- Chinoike Jigoku: บ่อโคลนแดงที่ให้ความรู้สึกเหมือนบ่อเลือด
บ่อน้ำพุเหล่านี้ไม่สามารถลงไปแช่ตัวได้ แต่สามารถเดินชม ถ่ายรูป และเรียนรู้วิธีน้ำพุร้อนเกิดขึ้นตามธรรมชาติ
♨️ บ่อน้ำพุร้อนทั่วไป
ไม่ไกลจากบ่อนรก จะพบ ออนเซ็นสาธารณะและโรงแรมที่มีบ่อแช่ตัว
- คุณสามารถเลือกแช่ตัวในบ่อน้ำร้อนกลางแจ้ง (露天風呂 – rotenburo)
- น้ำพุร้อนแต่ละบ่อมีแร่ธาตุและอุณหภูมิแตกต่างกัน บางบ่อร้อนแรงจนต้องใช้ผ้าเช็ดตัวช่วยปรับตัว
🌆 กลิ่นไอน้ำและควันกลางเมือง
ที่น่าสนใจคือ ควันไอน้ำที่พวยพุ่งจากท่อใต้ดินและบ่อเล็ก ๆ ข้างทาง
- เดินตามถนน คุณจะเห็นท่อเหล็กและควันขาวลอยขึ้นมาจากซอกตึก
- ร้านค้าหลายแห่งใช้ไอน้ำจากบ่อออนเซ็นในการนึ่งขนม เช่น ไข่ดำ Beppu Onsen Tamago
- ร้านอาหารท้องถิ่นบางร้านทำ อาหารตุ๋นไอน้ำร้อนจากบ่อธรรมชาติ ให้รสชาติหอมกลมกล่อม
🛍️ ย่านเมืองและตลาด
Beppu ยังมี ตลาดสดและถนนคนเดิน ที่รวมทั้งของฝาก ของกิน และสินค้าท้องถิ่น
- ลองชิมของว่างขึ้นชื่อ เช่น ไข่ดำออนเซ็น ขนมโมจิ หรือผลไม้ตามฤดูกาล
- ร้านของที่ระลึกขายชุดยูคาตะ ของตกแต่ง และเกลือแร่จากบ่อออนเซ็น
🌄 วิวและธรรมชาติรอบเมือง
- จากจุดชมวิว Takasakiyama สามารถมองเห็นเมือง Beppu พร้อมควันไอน้ำที่ลอยกลางเมือง
- ถ้าโชคดี คุณจะเห็น ภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นอยู่เบา ๆ เป็นฉากหลังให้ถ่ายภาพ
💡 เคล็ดลับการเที่ยว Beppu
- เดินเที่ยวรอบเมืองพร้อมกล้องถ่ายรูป เตรียมเก็บภาพควันไอน้ำจากท่อและบ่อเล็ก ๆ
- จัดเวลาให้ลงบ่อออนเซ็นกลางแจ้งสักหนึ่งครั้ง เพื่อประสบการณ์เต็มรูปแบบ
- ลองชิมไข่ดำ Beppu Onsen Tamago ที่หาซื้อได้ตามร้านค้าริมถนน
- ถ้าชอบความเงียบสงบ แนะนำไปช่วงเช้า ก่อนนักท่องเที่ยวมาก
Beppu เป็นเมืองที่ ผสมผสานระหว่างธรรมชาติ ความร้อนใต้พิภพ และชีวิตเมือง อย่างลงตัว คุณสามารถเดินชมบ่อน้ำพุร้อน ข้างทาง กลางเมือง เดินเข้าร้านอาหารหรือคาเฟ่ที่ใช้น้ำพุร้อนปรุงอาหาร แช่ออนเซ็น และชิมขนมท้องถิ่น ทุกย่างก้าวคือประสบการณ์ที่ไม่เหมือนที่ไหนในญี่ปุ่น
-

เข้าใจธุรกิจการบิน ต้องเข้าใจ ASK CASK RASK
CONTINUE READING: เข้าใจธุรกิจการบิน ต้องเข้าใจ ASK CASK RASKCASK RASK ASK เป็นสามตัวแปรเพื่อให้ผู้บริหารสายการบินพิจารณาในการกำหนดทิศทางและวางแผนในการดำเนินการของสายการบิน 1️⃣ ASK – Available Seat Kilometre แปลแบบตรงๆตัวก็คือ จำนวนที่นั่งผู้โดยสารที่สามารถขายหรือทำเงินได้กับระยะทางที่ทำการบิน นิยาม ASK = จำนวนที่นั่ง × ระยะทางบิน (km) มันคือ “supply metric” สูตร [ASK = Seats × Distance] ถ้า: ASK = 180 × 1,000 = 180,000 seat-km ถ้าบินไป-กลับวันละ 1 รอบ 180 seats × 1,000 km × 2 sectors × 365 วัน= 131,400,000 ASK ต่อปี ทำไม…
-
First Class for Pilot
CONTINUE READING: First Class for Pilotเมื่อไม่นานมานี้ American Airlines ประกาศให้นักบินที่เดินทางเพื่อไปปฏิบัติหน้าที่บินต่อ (deadheading) ได้รับการจัดลำดับที่นั่งชั้น First Class ก่อนสมาชิกโปรแกรมสะสมไมล์ระดับสูง สำหรับผู้โดยสาร (และคนทั่วไป) เรื่องนี้อาจฟังดูไม่ยุติธรรม ทำไมนักบินต้องได้อภิสิทธิ์เหนือกว่าคนที่จ่ายเงินเพื่อเดินทาง โดยเฉพาะผู้โดยสารที่เป็นสมาชิกสะสะมแต้ม บลา ๆ ๆ หากมองจากมุมของการปฏิบัติการบิน การตัดสินใจเช่นนี้มีเหตุผลที่เหมาะสม (กับสภาพแวดล้อมและลักษณะในการทำงานของเค้า) โดยคำนึงด้านความปลอดภัยและความเชื่อมั่นต่อระบบกำกับความเสี่ยง การที่นักบิน reposition ไม่ได้เดินทางเพื่อความสะดวกสบายส่วนตัว แต่กำลังเดินทางเพื่อไปรับหน้าที่ควบคุมอากาศยาน ซึ่งต้องทำหน้าที่รับผิดชอบผู้โดยสารหลายร้อยชีวิต และตัดสินใจในสถานการณ์ที่อาจมีความซับซ้อนสูง ความพร้อมของลูกเรือจึงไม่ใช่ “สิทธิพิเศษ” แต่เป็นการลดความเสี่ยงหรือกำจัดความเสี่ยงที่เกิดจากความเหนื่อยล้า ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบความปลอดภัย (อ่านในหนังสือ Aviation SMS ที่ผมเขียนได้ เดี๋ยวแปะลิ้งค์ให้ในคอมเม้นต์) การบริหารความเหนื่อยล้า (Fatigue Mitigation) การพักผ่อนที่เพียงพอ และความต่อเนื่องของปฏิบัติการ เป็นปัจจัยที่ส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพการตัดสินใจ การตระหนักรู้สถานการณ์ และความปลอดภัยโดยรวมของเที่ยวบิน สายการบินดำรงอยู่ได้ด้วยความไว้วางใจและความภักดีของลูกค้าแต่การดำเนินงานให้ปลอดภัยและตรงเวลา ต้องอาศัยลูกเรือที่มีความพร้อมสูงสุด การให้ความสำคัญกับความสมบูรณ์ของปฏิบัติการก่อนสิทธิประโยชน์ จึงไม่ใช่การลดคุณค่าของลูกค้า หากแต่เป็นการยืนยันว่า ความปลอดภัยและความเชื่อถือได้ คือรากฐานที่ทำให้ทุกคนเดินทางได้อย่างมั่นใจ เรื่องนี้อาจไม่ได้เกี่ยวกับการอัปเกรดที่นั่งแต่เกี่ยวกับความรับผิดชอบต่อระบบทั้งหมดที่อยู่เบื้องหลังทุกเที่ยวบิน ผมเขียนเรื่องนี้อย่างเป็นกลาง แม้ว่าปัจจุบันจะไม่ได้ทำงานเกี่ยวกับการบินแล้ว และไม่ได้ทำหน้าที่เป็นนักบินมาหลายปีแล้วผมเชื่อว่าความเห็นของผมในฐานะอดีตนักบินที่ทำการบินระยะไกลมามาก…
-
Deadhead คืออะไร
CONTINUE READING: Deadhead คืออะไรDeadhead หรือ passive crew หมายถึง นักบินและ/หรือพนักงานต้อนรับที่เดินทางไปด้วยบนเที่ยวบินโดยไม่ได้ทำหน้าที่ในระหว่างไฟลท์ แต่เดินทางไปเพื่อทำหน้าที่หลังจากไฟลท์หรือเดินทางกลับบ้าน ทำไมต้องมี dead head ? กล่าวถึงเฉพาะด้านนักบินเพื่อให้เห็นภาพถึงสถานการณ์ที่ต้องเดินทางเป็น dead head กันครับ ปกตินักบินจะบินเครื่องบินได้เฉพาะแบบ เช่น คนที่บิน B777 ก็บินได้เฉพาะ B777 นักบิน B747 ก็บินได้เฉพาะ B747 นักบิน B777 แม้ว่าจะเคยบิน B747 มาก่อนอยู่ ๆ วันนี้จะบิน B747 เลยไม่ได้ (นักบินนั้นถูกกำหนดตามกฏหมายให้บินเครื่องบินได้เพียงแบบเดียว หากจะบินเครื่องบินสองแบบต้องมีการขออนุมัติและมีมาตรการการฝึกและกำกับดูแลเพิ่มเติม ดังนั้นส่วนใหญ่แล้วสายการบินจะให้บินเพียงแบบเดียวเท่านั้นเพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงปัญหาไม่ให้เกิดความสับสนและทำให้เกิดข้อบกพร่องในด้านคุณภาพการบิน) การทำงานของนักบินจะมีการกำหนดระยะเวลาทำงานสูงสุดที่สามารถทำได้ต่อวัน ซึ่งก็คือประมาณ 11-13 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่เริ่มต้นทำงาน และโดยปกติแล้วเที่ยวบินที่เดินทางจากกรุงเทพไปตามเมืองต่าง ๆ ในยุโรปนั้นจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 ชั่วโมงขึ้นไป ดังนั้น เมื่อไปถึงนักบินจึงบินกลับมาเลยไม่ได้จะต้องลงนอนพักผ่อนที่ปลายทางก่อนที่จะทำการบินกลับ(ดูช่วงเวลาการพักผ่อนขั้นต่ำด้านล่าง) ส่วนเครื่องบินนั้นจะเดินทางรับผู้โดยสารกลับมาเลยในวันเดียวกันนั้นโดยใช้นักบินอีกชุดหนึ่งที่ไปถึงก่อนหน้าแล้ว 1 วัน (ขึ้นอยู่กับตารางการบินและการจัดการด้านการเคลื่อนย้ายกำลังพลด้วย) เรามาดูตัวอย่างกันชัด ๆ…

