นักบินพาณิชย์ทุกคนจะได้รับอนุญาตให้บินได้ ทีละหนึ่งแบบ (Aircraft Type Rating) ยกเว้นในกรณีที่เครื่องบินรุ่นนั้น ๆ อยู่ใน ตระกูลเดียวกัน (Common Type Rating) หรือมีระบบที่คล้ายคลึงกันจนสามารถใช้ความรู้และทักษะร่วมกันได้
1. ทำไมนักบินไม่สามารถบินได้หลายแบบพร้อมกัน?
นักบินที่บิน Boeing 747-400 ไม่สามารถสลับไปบิน Airbus A380 ได้ทันที เพราะทั้งสองรุ่นใช้ระบบและหลักการทำงานที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง แต่หากเป็น B747 กับ B777 หรือ A330 กับ A350 นักบินสามารถได้รับอนุญาตให้บินทั้งสองแบบได้ หากผ่านการฝึกอบรมและการสอบตามที่หน่วยงานกำกับดูแลกำหนด

2. Common Type Rating คืออะไร?
ผู้ผลิตเครื่องบินพยายามออกแบบ ห้องนักบิน (Cockpit Layout) ให้มีความใกล้เคียงกัน เช่น ตำแหน่งปุ่ม การทำงานของระบบ และตรรกะของการควบคุม เพื่อให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า Common Type Rating หรือ Mixed Fleet Flying (MFF) ซึ่งทำให้นักบินกลุ่มเดียวกันสามารถบินได้หลายรุ่น
ตัวอย่าง:
- Boeing: B747-400, B777, B787
- Airbus: A320, A330, A340, A350, A380
แต่การอนุมัติต้องผ่านการตรวจสอบและรับรองจากหน่วยงานกำกับดูแล เช่น FAA (อเมริกา), EASA (ยุโรป) หรือ กพท. (ไทย) เสมอ
3. ทำไมสายการบินไม่นิยมให้บินหลายแบบ?
แม้กฎจะอนุญาต แต่ในทางปฏิบัติ สายการบินส่วนใหญ่มักเลือกให้นักบินบินเพียงแบบเดียว เนื่องจาก:
- ต้องฝึกและสอบบ่อยขึ้น (Training & Checking Burden)
- ต้องรักษาความต่อเนื่องการบินของแต่ละแบบ (License Recency)
- การคุ้นเคยกับระบบอาจลดลงหากต้องสลับไปมา
ดังนั้น หากมีนักบินเพียงพอ การจัดให้นักบินบินเครื่องแบบเดียวจะช่วยให้เกิดความชำนาญมากกว่า
4. ปัจจัยความปลอดภัยที่แท้จริง
แม้การเปลี่ยนแบบเครื่องบินจะเป็นเรื่องสำคัญ แต่ ความปลอดภัยของการบิน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเครื่องบินใหม่หรือเก่าเพียงอย่างเดียว เครื่องบินเก่าก็มีการซ่อมบำรุงตามมาตรฐานสากล ขณะที่เครื่องบินใหม่อาจมีความน่าเชื่อถือสูงขึ้น แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ:
- Basic Flying Skills (ทักษะการบินพื้นฐาน)
- Aircraft Performance & Limitations
- Weight & Balance
- การจัดการเหตุผิดปกติ (Abnormal & Emergency Situations)
เพราะหากนักบินพึ่งพาระบบอัตโนมัติมากเกินไปโดยไม่เข้าใจหลักการบินจริง ๆ จะเกิดสิ่งที่เรียกว่า Automation Syndrome ซึ่งอาจทำให้ไม่รู้ทันเมื่อระบบทำงานผิดพลาด และนำไปสู่เหตุการณ์ร้ายแรงได้
✅ สรุป
การเปลี่ยนแบบเครื่องบิน (Type Transition) เป็นขั้นตอนที่ซับซ้อนและต้องอาศัยทั้งการฝึกอบรม การตรวจสอบ และการรับรองจากหน่วยงานกำกับดูแล แต่ไม่ว่าจะบินเครื่องรุ่นไหน สิ่งสำคัญที่สุดที่ทำให้เที่ยวบินปลอดภัยคือ นักบินที่มีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะการตัดสินใจที่ถูกต้องในทุกสถานการณ์
Aircraft Type Transition for Commercial Pilots
Commercial pilots are certified to fly one aircraft type at a time (Type Rating). The exception is when two or more aircraft types belong to the same family or share a high degree of similarity in systems and cockpit design. In such cases, pilots may be authorized to fly multiple types, provided they undergo additional training and meet regulatory requirements.
1. Why can’t pilots fly multiple types simultaneously?
A pilot certified on the Boeing 747-400 cannot simply switch to the Airbus A380 because the systems, cockpit layout, and operating philosophy are entirely different.
However, a pilot qualified on the B747 may transition to the B777, or from the A330 to the A350, after completing supplementary training and obtaining approval from the aviation authority.
2. What is a Common Type Rating?
Aircraft manufacturers, such as Boeing and Airbus, design their cockpit layouts with a high level of commonality—similar switch positions, system logic, and operating procedures. This allows for Common Type Ratings or Mixed Fleet Flying (MFF), where the same group of pilots can operate multiple aircraft models.
Examples include:
- Boeing: B747-400, B777, B787
- Airbus: A320, A330, A340, A350, A380
Nevertheless, this requires regulatory approval from authorities such as the FAA, EASA, or CAAT (Thailand) to ensure safety standards are met.
3. Why do airlines rarely allow pilots to fly multiple types?
Although regulations permit it, most airlines prefer pilots to operate a single aircraft type. The reasons include:
- Additional training and checking requirements
- Maintaining license recency for each type
- Reduced familiarity when switching between aircraft
For these reasons, airlines often assign one type per pilot group to maintain maximum proficiency and operational safety.
หนังสือ A Pilot Books ในรูปแบบ eBook ที่ MebMarket
สร้างแรงบันดาลใจ…..เริ่มเมื่อไหร่

|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|

|
|
|
4. The real factor behind flight safety
While type transitions are important, flight safety does not depend solely on whether the aircraft is new or old. Older aircraft undergo strict maintenance schedules, while newer aircraft may offer greater reliability. Ultimately, the decisive factor is the pilot’s knowledge, skills, and judgment.
Key competencies include:
- Basic Flying Skills
- Aircraft Performance & Limitations
- Weight & Balance
- Handling Abnormal and Emergency Situations
Overreliance on automation can create what is known as the Automation Syndrome—when pilots fail to recognize system malfunctions because they trust automation blindly. This can lead to critical safety risks if not properly managed.
✅ Conclusion
Aircraft type transition is a structured process that involves training, checking, and regulatory approval. However, regardless of the aircraft model, the foundation of flight safety lies in the pilot’s knowledge, skills, and experience. Technology can support, but only well-prepared pilots can ensure that every flight reaches its destination safely.
-
เข้าใจธุรกิจการบิน ต้องเข้าใจ ASK CASK RASK
CASK RASK ASK เป็นสามตัวแปรเพื่อให้ผู้บริหารสายการบินพิจารณาในการกำหนดทิศทางและวางแผนในการดำเนินการของสายการบิน 1️⃣ ASK – Available Seat Kilometre แปลแบบตรงๆตัวก็คือ จำนวนที่นั่งผู้โดยสารที่สามารถขายหรือทำเงินได้กับระยะทางที่ทำการบิน นิยาม ASK = จำนวนที่นั่ง × ระยะทางบิน (km) มันคือ “supply metric” สูตร [ASK = Seats × Distance] ถ้า: ASK = 180 × 1,000 = 180,000 seat-km ถ้าบินไป-กลับวันละ 1 รอบ 180 seats × 1,000 km × 2 sectors × 365 วัน= 131,400,000 ASK ต่อปี ทำไม…
-
First Class for Pilot
เมื่อไม่นานมานี้ American Airlines ประกาศให้นักบินที่เดินทางเพื่อไปปฏิบัติหน้าที่บินต่อ (deadheading) ได้รับการจัดลำดับที่นั่งชั้น First Class ก่อนสมาชิกโปรแกรมสะสมไมล์ระดับสูง สำหรับผู้โดยสาร (และคนทั่วไป) เรื่องนี้อาจฟังดูไม่ยุติธรรม ทำไมนักบินต้องได้อภิสิทธิ์เหนือกว่าคนที่จ่ายเงินเพื่อเดินทาง โดยเฉพาะผู้โดยสารที่เป็นสมาชิกสะสะมแต้ม บลา ๆ ๆ หากมองจากมุมของการปฏิบัติการบิน การตัดสินใจเช่นนี้มีเหตุผลที่เหมาะสม (กับสภาพแวดล้อมและลักษณะในการทำงานของเค้า) โดยคำนึงด้านความปลอดภัยและความเชื่อมั่นต่อระบบกำกับความเสี่ยง การที่นักบิน reposition ไม่ได้เดินทางเพื่อความสะดวกสบายส่วนตัว แต่กำลังเดินทางเพื่อไปรับหน้าที่ควบคุมอากาศยาน ซึ่งต้องทำหน้าที่รับผิดชอบผู้โดยสารหลายร้อยชีวิต และตัดสินใจในสถานการณ์ที่อาจมีความซับซ้อนสูง ความพร้อมของลูกเรือจึงไม่ใช่ “สิทธิพิเศษ” แต่เป็นการลดความเสี่ยงหรือกำจัดความเสี่ยงที่เกิดจากความเหนื่อยล้า ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบความปลอดภัย (อ่านในหนังสือ Aviation SMS ที่ผมเขียนได้ เดี๋ยวแปะลิ้งค์ให้ในคอมเม้นต์) การบริหารความเหนื่อยล้า (Fatigue Mitigation) การพักผ่อนที่เพียงพอ และความต่อเนื่องของปฏิบัติการ เป็นปัจจัยที่ส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพการตัดสินใจ การตระหนักรู้สถานการณ์ และความปลอดภัยโดยรวมของเที่ยวบิน สายการบินดำรงอยู่ได้ด้วยความไว้วางใจและความภักดีของลูกค้าแต่การดำเนินงานให้ปลอดภัยและตรงเวลา ต้องอาศัยลูกเรือที่มีความพร้อมสูงสุด การให้ความสำคัญกับความสมบูรณ์ของปฏิบัติการก่อนสิทธิประโยชน์ จึงไม่ใช่การลดคุณค่าของลูกค้า หากแต่เป็นการยืนยันว่า ความปลอดภัยและความเชื่อถือได้ คือรากฐานที่ทำให้ทุกคนเดินทางได้อย่างมั่นใจ เรื่องนี้อาจไม่ได้เกี่ยวกับการอัปเกรดที่นั่งแต่เกี่ยวกับความรับผิดชอบต่อระบบทั้งหมดที่อยู่เบื้องหลังทุกเที่ยวบิน ผมเขียนเรื่องนี้อย่างเป็นกลาง แม้ว่าปัจจุบันจะไม่ได้ทำงานเกี่ยวกับการบินแล้ว และไม่ได้ทำหน้าที่เป็นนักบินมาหลายปีแล้วผมเชื่อว่าความเห็นของผมในฐานะอดีตนักบินที่ทำการบินระยะไกลมามาก…
-
Deadhead คืออะไร
Deadhead หรือ passive crew หมายถึง นักบินและ/หรือพนักงานต้อนรับที่เดินทางไปด้วยบนเที่ยวบินโดยไม่ได้ทำหน้าที่ในระหว่างไฟลท์ แต่เดินทางไปเพื่อทำหน้าที่หลังจากไฟลท์หรือเดินทางกลับบ้าน ทำไมต้องมี dead head ? กล่าวถึงเฉพาะด้านนักบินเพื่อให้เห็นภาพถึงสถานการณ์ที่ต้องเดินทางเป็น dead head กันครับ ปกตินักบินจะบินเครื่องบินได้เฉพาะแบบ เช่น คนที่บิน B777 ก็บินได้เฉพาะ B777 นักบิน B747 ก็บินได้เฉพาะ B747 นักบิน B777 แม้ว่าจะเคยบิน B747 มาก่อนอยู่ ๆ วันนี้จะบิน B747 เลยไม่ได้ (นักบินนั้นถูกกำหนดตามกฏหมายให้บินเครื่องบินได้เพียงแบบเดียว หากจะบินเครื่องบินสองแบบต้องมีการขออนุมัติและมีมาตรการการฝึกและกำกับดูแลเพิ่มเติม ดังนั้นส่วนใหญ่แล้วสายการบินจะให้บินเพียงแบบเดียวเท่านั้นเพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงปัญหาไม่ให้เกิดความสับสนและทำให้เกิดข้อบกพร่องในด้านคุณภาพการบิน) การทำงานของนักบินจะมีการกำหนดระยะเวลาทำงานสูงสุดที่สามารถทำได้ต่อวัน ซึ่งก็คือประมาณ 11-13 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่เริ่มต้นทำงาน และโดยปกติแล้วเที่ยวบินที่เดินทางจากกรุงเทพไปตามเมืองต่าง ๆ ในยุโรปนั้นจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 ชั่วโมงขึ้นไป ดังนั้น เมื่อไปถึงนักบินจึงบินกลับมาเลยไม่ได้จะต้องลงนอนพักผ่อนที่ปลายทางก่อนที่จะทำการบินกลับ(ดูช่วงเวลาการพักผ่อนขั้นต่ำด้านล่าง) ส่วนเครื่องบินนั้นจะเดินทางรับผู้โดยสารกลับมาเลยในวันเดียวกันนั้นโดยใช้นักบินอีกชุดหนึ่งที่ไปถึงก่อนหน้าแล้ว 1 วัน (ขึ้นอยู่กับตารางการบินและการจัดการด้านการเคลื่อนย้ายกำลังพลด้วย) เรามาดูตัวอย่างกันชัด ๆ…

