พายุหมุนเขตร้อนและระดับความแรง

ระดับความแรงของพายุหมุนเขตร้อน

วัดจาก “ความเร็วลม” เป็นหลัก

พายุหมุนเขตร้อนจะถูกจัดระดับความรุนแรงตาม “ความเร็วลมคงที่ใกล้ศูนย์กลางพายุ” (Maximum Sustained Wind)

ยิ่งลมแรง พายุก็ยิ่งมีพลังทำลายสูง ทั้งจาก

  • ลมกระโชกแรง
  • ฝนหนัก
  • คลื่นทะเลสูง
  • Storm Surge หรือน้ำทะเลหนุนซัดฝั่ง

ลำดับการพัฒนาของพายุ

1. Tropical Disturbance

เป็นกลุ่มเมฆฝนและพายุฟ้าคะนองที่เริ่มรวมตัวกันเหนือทะเลอุ่น

ยังไม่มีการหมุนชัดเจน และยังไม่ถูกตั้งชื่อ


2. Tropical Depression

เริ่มมีการหมุนของลมรอบศูนย์กลาง

ความเร็วลมไม่เกิน

V < 34\ \text{knots}

หรือประมาณต่ำกว่า 63 km/h

ระยะนี้เริ่มมีการประกาศติดตามพายุอย่างเป็นทางการ


3. Tropical Storm

เมื่อความเร็วลมเพิ่มขึ้นถึง

34\ \text{knots} \leq V \leq 63\ \text{knots}

หรือประมาณ 63–117 km/h

พายุจะได้รับ “ชื่อ” อย่างเป็นทางการ เช่น Maria, Haiyan หรือ Katrina

เริ่มส่งผลกระทบชัดเจนต่อการเดินเรือและการบิน


เมื่อไรจึงเรียกว่า Typhoon หรือ Hurricane?

เมื่อความเร็วลมเกิน

V \geq 64\ \text{knots}

หรือประมาณ 118 km/h

พายุจะถูกเรียกว่า

  • Typhoon
  • Hurricane
  • Cyclone

ตามภูมิภาคที่เกิด


มาตราเฮอริเคน Saffir–Simpson Scale

สหรัฐอเมริกาใช้มาตราวัดความรุนแรงชื่อว่า
“Saffir–Simpson Hurricane Wind Scale”

แบ่งเป็น 5 ระดับ

Categoryความเร็วลมผลกระทบ
Category 1119–153 km/hเริ่มสร้างความเสียหาย
Category 2154–177 km/hหลังคา ต้นไม้ เสาไฟเสียหายมาก
Category 3178–208 km/hถือเป็น Major Hurricane
Category 4209–251 km/hความเสียหายรุนแรงมาก
Category 5มากกว่า 252 km/hทำลายล้างระดับร้ายแรง

Super Typhoon คืออะไร?

ในแถบแปซิฟิกตะวันตก จะมีคำว่า “Super Typhoon”

หมายถึงพายุที่มีความเร็วลมสูงมาก โดยทั่วไปเกิน

V \geq 130\ \text{knots}

หรือประมาณ 240 km/h

ตัวอย่างเช่น

  • Typhoon Haiyan
  • Typhoon Tip
  • Typhoon Mangkhut

พายุเหล่านี้มี “Eye” หรือดวงตาพายุชัดเจนมาก และกำแพงพายุ (Eyewall) มีลมรุนแรงที่สุด


ดวงตาพายุ (Eye) คืออะไร?

บริเวณกลางพายุเรียกว่า “Eye”

แปลกตรงที่บริเวณนี้อาจสงบ ท้องฟ้าเปิด และลมอ่อนกว่ารอบนอก

แต่บริเวณที่อันตรายที่สุดจริง ๆ คือ

Eyewall

กำแพงเมฆรอบดวงตาพายุ ซึ่งเป็นบริเวณที่มี

  • ลมแรงที่สุด
  • ฝนหนักที่สุด
  • Turbulence รุนแรงที่สุด

สำหรับการบิน นักบินจะหลีกเลี่ยงบริเวณนี้อย่างเด็ดขาด


ทำไมพายุบางลูกแรงขึ้นเร็วมาก?

ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า

Rapid Intensification

คือพายุเพิ่มความเร็วลมอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่นาน

ตัวอย่างเช่น เพิ่มมากกว่า

\Delta V \geq 30\ \text{knots in 24 hours}

สาเหตุหลักมาจาก

  • น้ำทะเลร้อนผิดปกติ
  • ความชื้นสูง
  • ลมเฉือนต่ำ (Low Wind Shear)

นี่เป็นสิ่งที่นักอุตุนิยมวิทยากังวลมากในยุค Climate Change เพราะทะเลที่อุ่นขึ้นอาจทำให้พายุทวีกำลังได้เร็วกว่าเดิม


ความเร็วลมกับการบิน

สำหรับนักบิน ความเร็วลมในพายุมีผลโดยตรงต่อ

  • Crosswind
  • Wind Shear
  • Turbulence
  • Aircraft Performance
  • Fuel Planning
  • Route Diversion

สายการบินมักหลีกเลี่ยงพายุหมุนเขตร้อนเป็นระยะหลายร้อยไมล์ เพราะแม้อยู่ห่างศูนย์กลาง ก็ยังมีสภาพอากาศอันตรายได้

เรดาร์ตรวจอากาศบนเครื่องบินจึงเป็นอุปกรณ์สำคัญมากในการหลบหลีกแนวพายุฝนและเซลล์คอนเวกทีฟรุนแรงรอบตัวพายุ


สรุป

พายุหมุนเขตร้อนไม่ได้วัดความรุนแรงจาก “ฝน” เพียงอย่างเดียว แต่หัวใจสำคัญคือ

“ความเร็วลมรอบศูนย์กลางพายุ”

ยิ่งลมแรง พายุก็ยิ่งมีพลังทำลายสูง และส่งผลต่อทั้ง

  • ชีวิตผู้คน
  • เมืองชายฝั่ง
  • การเดินเรือ
  • และการบินทั่วโลก

โดยเฉพาะในพื้นที่แปซิฟิกตะวันตก เช่น ฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น และทะเลจีนใต้ ซึ่งเป็นหนึ่งในบริเวณที่ผลิตไต้ฝุ่นรุนแรงที่สุดของโลก

การเกิดพายุ และพายุในชื่อต่าง ๆ
การเกิดพายุ และพายุในชื่อต่าง ๆ