Takeoff, the most critical phase of flight

อันตรายในช่วงวิ่งขึ้น

ENG version click here ช่วงเวลาที่ “ไม่มีพื้นที่ให้ผิดพลาด” ในทุกเที่ยวบิน ช่วงที่ถือว่า “critical” มากที่สุดช่วงหนึ่ง คือช่วงวิ่งขึ้น (Takeoff Roll) แม้เครื่องบินสมัยใหม่จะมีความน่าเชื่อถือสูงมาก แต่ในทางการบิน เราไม่เคยถือว่า “ไม่มีทางเกิดปัญหา” เพราะหากมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นในช่วงความเร็วสูง ทุกอย่างจะเกิดขึ้นเร็วมาก และนักบินมีเวลาเพียงไม่กี่วินาทีในการตัดสินใจ โดยเฉพาะเมื่อเครื่องบินมีน้ำหนักมาก ใช้ runway เกือบเต็มระยะ หรือสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย ความผิดพลาดเล็ก ๆ อาจกลายเป็นอุบัติเหตุร้ายแรงได้ ปัญหาที่ถือว่า Critical ในช่วงวิ่งขึ้น สิ่งที่นักบินกังวลมากที่สุดระหว่าง takeoff ได้แก่ หลายกรณีเกิดขึ้นในช่วงที่เครื่องบินมี “ความเร็วสูง” ซึ่งเป็นช่วงที่การหยุดเครื่องบินต้องใช้ระยะทางจำนวนมาก ความน่ากลัวของ “High Speed Takeoff” เมื่อเครื่องบินเร่งความเร็วขึ้นเรื่อย ๆ พลังงานจลน์ (Kinetic Energy) จะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล นั่นหมายความว่าเมื่อความเร็วเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยระยะเบรกและพลังงานที่ต้องใช้ในการหยุดจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก เครื่องบินโดยสารขนาดใหญ่ที่มีน้ำหนักหลายสิบหรือหลายร้อยตัน หากเกิดปัญหาใกล้ V1 นักบินจะเหลือ “margin” น้อยมากในการหยุดเครื่องบินให้ทัน runway …

effective communication

ศิลปะการสื่อสารของนักบินพาณิชย์ในการควบคุมสถานการณ์

ENG version click here Effective Communication, The Art of Safety Skill (ไม่เกี่ยวกับดราม่า และผมไม่ได้ไล่อ่านข้อมูลสิ่งที่เกิดขึ้น ขอบอกว่าบทความนี้ต้องการสร้างความตระหนักให้กับคนที่เป็นนักบิน และอนาคตอยากเป็นนักบิน โดยเฉพาะคนที่เป็นนักบินแล้วอนาคตจะเป็นกัปตันควรทำความเข้าใจให้ลึกซึ้งครับ ขอร้องว่า ไม่เอาไปดราม่านะครับ ผมไม่ชอบกล่าวโทษหรือตำหนิใคร อยากให้บทความเป็นความบริสุทธิ์ใจที่เจตนาเผยแพร่ความรู้ ก่อนที่ผมจะตายจากโลกนี้ไป ผมเชียนบทความนี้ได้อย่างไม่ลังเล เพราะประสบการณ์กว่า 30 ปีในการบินที่ประสบเหตุการณ์มากมายในระหว่างเที่ยวบิน ศิลปะการให้ข้อมูลอย่างเหมาะสม ทำให้ทุกอย่างผ่านไปด้วยดีเสมอมา) Effective Communication, The Art of Safety Skill ในโลกของการบินพาณิชย์ หลายคนมักคิดว่าหน้าที่สำคัญที่สุดของนักบินคือ “การบังคับเครื่องบิน” แต่ในความเป็นจริงแล้ว อีกหนึ่งทักษะที่สำคัญไม่แพ้กัน และบางครั้งอาจสำคัญยิ่งกว่าในสถานการณ์วิกฤต คือ “การสื่อสาร” หรือ Effective Communication นักบินอาจควบคุมเครื่องบินได้อย่างยอดเยี่ยม แต่หากไม่สามารถสื่อสารได้อย่างเหมาะสม สถานการณ์ที่ควบคุมได้ อาจกลายเป็นความตื่นตระหนก ความสับสน หรือแม้แต่การสูญเสียความเชื่อมั่นจากผู้โดยสารและทีมงานได้ในเวลาอันรวดเร็ว การสื่อสารของนักบินพาณิชย์จึงไม่ใช่เพียงการ “พูดให้ข้อมูล” แต่เป็นศาสตร์ของการควบคุมสถานการณ์ผ่านถ้อยคำ น้ำเสียง …

pilot professionalism and human factors

เมื่ออันตรายไม่ได้เริ่มจากเครื่องบิน… แต่เริ่มจาก “ตัวนักบินเอง”

ในวงการการบิน เรามักพูดถึงเครื่องยนต์ ระบบอากาศยาน สภาพอากาศ หรือเทคโนโลยีล้ำสมัยต่าง ๆ ราวกับว่าสิ่งเหล่านี้คือปัจจัยหลักของความปลอดภัยในการบิน แต่ความจริงที่นักบินมืออาชีพทุกคนรู้ดี คือ“จุดเริ่มต้นของอุบัติเหตุจำนวนมาก ไม่ได้มาจากเครื่องบิน แต่มาจากมนุษย์” หรือที่เราเรียกว่า Human Factors Human Factors ไม่ได้หมายถึงการที่ใคร “ไม่เก่ง” หรือ “ไม่มีความสามารถ”แต่มันคือข้อจำกัดตามธรรมชาติของมนุษย์ มนุษย์เหนื่อยได้เครียดได้หลงลืมได้ตัดสินใจผิดได้มั่นใจเกินไปได้และบางครั้ง… ก็ประมาทโดยไม่รู้ตัว แม้แต่นักบินที่มีชั่วโมงบินสูงมาก ก็ไม่ได้มีภูมิคุ้มกันจากสิ่งเหล่านี้ เครื่องบินสมัยใหม่อาจฉลาดขึ้น… แต่มนุษย์ยังเป็นจุดตัดสินใจสุดท้าย ปัจจุบันเครื่องบินพาณิชย์มีระบบ Automation ที่ก้าวหน้ามาก AutopilotFlight Management SystemAuto-throttleTerrain Warning SystemPredictive Weather Radar ทุกอย่างถูกออกแบบมาเพื่อช่วยลดความผิดพลาดของมนุษย์ แต่ในท้ายที่สุด“มนุษย์” ยังเป็นคนตัดสินใจ และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมสายการบินทั่วโลกจึงให้ความสำคัญกับเรื่อง Human Factors อย่างมาก เพราะอุบัติเหตุร้ายแรงหลายครั้งในประวัติศาสตร์การบิน ไม่ได้เกิดจากเครื่องบินพังแต่เกิดจาก Overconfidence — อันตรายที่เงียบที่สุด หนึ่งในสิ่งที่อันตรายที่สุดสำหรับนักบิน คือ “ความมั่นใจเกินพอดี” Overconfidence ไม่ได้เกิดกับแต่นักบินใหม่เสมอไปจริง ๆ แล้ว …

appraoch precision

Precision vs Non-Precision Approach — แนวคิด ขั้นตอน และความท้าทายที่นักบินต้องเข้าใจ

ENG version click here เมื่อพูดถึงการบินเข้าใกล้สนามบินในสภาพอากาศไม่ดี หนึ่งในหัวข้อที่สำคัญที่สุดคือเรื่องของ Precision Approach และ Non-Precision Approach นักบินจำนวนมากอาจเรียนรู้ขั้นตอนเหล่านี้ตั้งแต่ช่วง Training แต่เมื่อเข้าสู่การปฏิบัติการจริง โดยเฉพาะใน Airline Environment จะพบว่าความแตกต่างของทั้งสองแบบไม่ได้อยู่แค่ “มี Glide Slope หรือไม่มี” เท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับเรื่องสำคัญอีกหลายด้าน เช่น Precision Approach คืออะไร Precision Approach คือ Instrument Approach Procedure ที่มีทั้ง ให้นักบินสามารถบินตามแนวร่อนที่กำหนดได้อย่างแม่นยำตลอดการลดระดับ ตัวอย่างที่พบได้บ่อย เช่น แนวคิดสำคัญของ Precision Approach คือ “Aircraft follows a defined vertical path continuously down to minimums.” นักบินจึงสามารถรักษา Vertical Profile …

อยากเป็นนักบินต้องทำอย่างไร

ปัจจุบันอาชีพนักบินเปิดกว้างมากขึ้น สำหรับผู้ที่จบปริญญา ตรีจากมหาวิทยาลัย หรือคณะที่ไม่ได้มีหลักสูตรการบิน สามารถ เป็นนักบินพาณิชย์ได้ โดยการสมัครเป็นนักบินฝึกหัดกับสายการ บินต่าง ๆ ที่จะมีการประกาศรับสมัครนักบิน อยู่เรื่อย ๆ เราเรียก การรับสมัครนักบินในกลุ่มนี้ว่า “Student Pilot” กลุ่ม Student Pilot นั้น หากผ่านการคัดเลือก บริษัทก็จะส่งตัวไปเข้ารับการฝึก เพื่อเป็นนักบินกับโรงเรียนการบินต่างๆ ที่มีข้อตกลงไว้กับบริษัท การฝึกก็จะเป็นไปตามลำดับขั้นตอนเพื่อให้ได้รับใบอนุญาต นักบินพาณิชย์ตรีหลังจากนั้นจึงจะบรรจุเข้าเป็นพนักงานของสาย การบินและเข้ารับการฝึกตามมาตรฐานของแต่ละสายการบินต่อ ไป ส่วนข้อกำหนดในการรับเข้าทำงานนั้นก็จะแตกต่างกันออกไป ในแต่ละสายการบิน รวมทั้งข้อผูกมัดหลังจากฝึกบินเสร็จแล้วก็ แตกต่างกันไป เช่น หากฝึกเสร็จแล้ว ต้องทำการบินกับบริษัทฯ ไม่น้อยกว่า กี่ปี หรือหากลาออกก่อนกำหนดเวลาที่ตั้งไว้ใน สัญญาผูกพันจะต้องชดใช้ค่าเล่าเรียนที่บริษัทฯออกให้ก่อนเป็น เงินเท่าไหร่ เป็นต้น หรือบางสายการบินอาจใช้วิธีหักเงินเดือน เพื่อคืนค่าเล่าเรียนที่บริษัทออกให้ ปัจจุบันมีหลายมหาวิทยาลัยเปิดสอนหลักสูตรต่าง ๆ เกี่ยวกับ นักบินพาณิชย์พร้อมกับปริญญาบัตรวิชาชีพไม่ว่าจะเป็นคณะ 18วิศวกรรมศาสตร์ หรือ คณะวิทยาศาสตร์ โดยนักศึกษาที่จบ หลักสูตรนักบินพาณิชย์จะต้องผ่านการฝึกบินโดยโรงเรียนการบิน ที่ทำพันธสัญญาร่วมกับมหาวิทยาลัย ซึ่งโรงเรียนการบินเหล่านั้น ก็ต้องได้รับรองจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย …

Thai Captain in the cockpit

จากโคไพลอตไปเป็นกัปตัน

ผมได้รับการโปรโมทเป็นกัปตันของการบินไทยในปี 2006วันที่ติดสี่ขีดบนบ่าอย่างเป็นทางการคือ 16 กันยายน ถ้านับตั้งแต่วันที่ผมก้าวออกจากโรงเรียนการบินวันนั้นเท่ากับว่าผมใช้เวลาอยู่ในอาชีพนักบินมาแล้ว กว่า 12 ปี หลายคนอาจถามว่า ช้าไหมคำตอบคือ ไม่ช้า และก็ไม่เร็วแต่มันคือเส้นทางที่สะท้อนโครงสร้างของอาชีพนักบินในยุคนั้นได้ชัดเจนมาก ในสมัยก่อน กฎระเบียบของการบินไทยกำหนดไว้อย่างชัดเจนว่าผู้ที่จะได้รับการพิจารณาเป็นนักบินที่หนึ่ง (Captain) จะต้อง เงื่อนไขแรก—“เป็นนักบินไม่น้อยกว่า 8 ปี”—ในทางปฏิบัติ มีการตีความกันอยู่พักใหญ่สุดท้ายข้อสรุปก็คือ นับตั้งแต่จบโรงเรียนการบิน ส่วนเงื่อนไขที่สองนั้นชัดเจนกว่าการจะเป็น Senior Co-Pilot ได้ ต้องสอบผ่านและได้รับ ATPLหรือที่นักบินสมัยก่อนเรียกกันติดปากว่า D License เหตุผลที่เรียกเช่นนั้นก็เพราะเลขที่ใบอนุญาต ATPL ของไทยจะขึ้นต้นด้วยอักษร Dเช่น D-0001, D-0123 เป็นต้น ทำไมการเป็นกัปตันถึง “ช้า” สิ่งที่คนภายนอกมักไม่เข้าใจคือการเป็นกัปตันไม่ได้ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติส่วนบุคคลอย่างเดียว แต่มันขึ้นอยู่กับ “ความต้องการกัปตันของสายการบินในช่วงเวลานั้น” เป็นหลัก ตัวแปรมีหลายอย่าง เช่น ถ้าสายการบินต้องการกัปตันจำนวนมากการฝึกก็จะถูกเร่งให้เร็วขึ้นแต่ถ้าไม่จำเป็น ก็ต้องรอ ในช่วงที่ผมเข้ามาเป็นนักบินการบินไทยรับนักบินใหม่ปีละหลายชุดเมื่อครบคุณสมบัติ ก็จะ ทยอยฝึกกัปตันตามลำดับรุ่น ปัญหาคือเมื่อถึงเวลาที่ผมครบเกณฑ์ 8 ปียังมีรุ่นพี่ค้างอยู่ก่อนหน้าผมอีก เกือบห้าสิบคน นั่นหมายความว่า ต่อให้คุณ …

Captain in tension

ทำไมบางคน “สอบตก” ทั้งที่ดูพร้อมกว่าคนอื่น

ห้องสัมภาษณ์นักบินไม่ใช่สนามสอบความรู้และไม่ใช่เวทีแสดงความเก่ง หลายคนเดินเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารหนาชั่วโมงบินครบผลการเรียนดีภาษาอังกฤษดีและเตรียมคำตอบมาอย่างเป็นระบบ แต่กลับเดินออกไปพร้อมคำว่า“ไม่ผ่านการสัมภาษณ์” จากมุมของคนคุมห้องเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกเลย เราไม่ได้คัด “คนที่เตรียมตัวดีที่สุด” ในฐานะผู้สัมภาษณ์นักบินสิ่งที่เรามองหา ไม่ใช่คนที่ตอบคำถามได้เป๊ะที่สุดแต่คือคนที่ จะปลอดภัยที่สุด เมื่ออยู่ในระบบการบินจริง 10–20 นาทีในห้องสัมภาษณ์อาจดูสั้นสำหรับผู้สมัครแต่เพียงพอสำหรับกรรมการในการเห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่หลังคำตอบ เพราะนักบินไม่ได้ทำงานในสภาวะที่มีเวลาเตรียมคำตอบล่วงหน้าการบินคือการตัดสินใจในปัจจุบันภายใต้ข้อมูลไม่ครบและความกดดันจริง สิ่งที่เราฟัง…ไม่ใช่แค่คำตอบ ในทุกคำถามสิ่งที่สำคัญกว่าคำตอบ คือ บางคนตอบถูกทุกข้อแต่เต็มไปด้วยสัญญาณของความตึงเครียดการกลัวผิดและความพยายามจะ “เดาใจกรรมการ” จากมุมคนคุมห้องนี่คือ Red Flag ความมั่นใจที่มากเกินไป ก็เป็นเหตุให้ตกได้ ผู้สมัครจำนวนไม่น้อยพยายามแสดงความมั่นใจให้มากที่สุดพูดเร็ว พูดเยอะย้ำว่าตนเองเคยเจอสถานการณ์ยากแค่ไหน แต่ในโลกการบินความมั่นใจที่ไม่เปิดพื้นที่ให้คนอื่นคือความเสี่ยง นักบินพาณิชย์ทำงานแบบ Multi-Crewทุกการตัดสินใจต้องผ่านการตรวจทานและยอมรับความเห็นที่แตกต่าง คนที่ “เชื่อมั่นตนเองมากเกินไป”มักไม่ฟังและมักไม่รู้ตัวว่า กำลังพาความเสี่ยงขึ้นเครื่องไปด้วย ทำไมคนที่ดูพร้อม จึงมักพลาด ผู้สมัครที่เตรียมตัวมามากมักติดกับดักอย่างหนึ่งโดยไม่รู้ตัวนั่นคือ การยึดติดกับคำตอบที่ซ้อมมา เมื่อคำถามไม่ตรงกับสิ่งที่เตรียมสมองจะเริ่มลังเลร่างกายจะเริ่มแสดงอาการสายตาหลบมือขยับเสียงเปลี่ยน สิ่งเหล่านี้ ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญก็เห็นได้และสำหรับคนที่คุมห้องสัมภาษณ์สัญญาณเหล่านี้ชัดเจนมาก ห้องสัมภาษณ์ คือ Cockpit จำลอง เราไม่เคยมองหานักบินที่ “ไม่เคยพลาด”แต่เรามองหาคนที่ การสัมภาษณ์ จึงไม่ต่างจาก CRM บนโต๊ะเราอยากเห็นว่าถ้าเกิดความไม่ชัดเจนขึ้นคุณจะจัดการกับมันอย่างไร สอบตก ไม่ได้แปลว่าไม่เหมาะกับการบิน การไม่ผ่านการสัมภาษณ์ไม่ได้ตัดสินคุณค่าของชีวิตใคร แต่สะท้อนว่าในช่วงเวลานั้นบุคลิก ทัศนคติ หรือวิธีคิดของคุณอาจยังไม่ตรงกับความเสี่ยงที่องค์กรพร้อมรับ บางคนสอบตกวันนี้แต่กลับมาใหม่อย่างแข็งแรงกว่าเดิมและกลายเป็นนักบินที่ดีมากในวันข้างหน้า …

Pilot experience

ทำไมจึงสอบตกสัมภาษณ์นักบิน

ทำไมจึงสอบตกสัมภาษณ์นักบิน บทความนี้พูดถึงการบินแต่เริ่มต้นด้วยคำว่า “สอบตก” หลายคนมองว่าการสอบตกสัมภาษณ์นักบินเป็นเรื่องเศร้า เป็นความล้มเหลว เป็นจุดจบของความฝันแต่ในความเป็นจริงแล้ว…มันไม่ใช่แบบนั้นเลย การสอบไม่ผ่าน ไม่ได้หมายความว่าชีวิตพังและไม่ได้บอกว่าเราด้อยค่า หรือไม่เหมาะสมกับโลกการบินมันเพียงสะท้อนว่า ในช่วงเวลานั้น เรายังไม่ตรงกับสิ่งที่ผู้สัมภาษณ์กำลังมองหา และตรงนี้เอง ที่หลายคนเข้าใจผิด การสัมภาษณ์นักบิน เขามองอะไร โดยหลักแล้ว การสัมภาษณ์ไม่ใช่การวัดความรู้เชิงเทคนิคแต่เป็นการมองหา “ตัวตน” ของผู้สมัคร กรรมการจะดู บางครั้ง การสัมภาษณ์ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีแต่ก็เพียงพอให้ผู้สัมภาษณ์ “อ่านเราออก” ได้มากกว่าที่เราคิด เพราะสิ่งที่เขาต้องการ ไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้องที่สุดแต่คือ วิธีคิด วิธีตอบ และวิธีเป็นคนของเรา ความมั่นใจ…สิ่งจำเป็น แต่ต้องพอดี การสัมภาษณ์นักบิน แน่นอนว่าต้องการคนที่ มีความมั่นใจในตัวเองแต่ขอเน้นว่า… ไม่ใช่ความมั่นใจแบบล้นเกิน นักบินพาณิชย์ ไม่เคยบินคนเดียว การทำงานบนเครื่องบินพาณิชย์คือ ระบบทั้งหมดนี้ถูกออกแบบมา เพื่อลดความผิดพลาดของมนุษย์ คนที่มั่นใจในตัวเองมากเกินไปมักจะ ซึ่งนี่คือ อันตรายอย่างยิ่ง ในอาชีพนักบิน ทำไม “คนที่เตรียมตัวมากเกินไป” มักสอบตก หลายคนคิดว่า “ยิ่งท่อง ยิ่งซ้อม ยิ่งเป๊ะ ยิ่งมีโอกาสผ่าน” แต่ในความเป็นจริงการเตรียมคำตอบล่วงหน้ามากเกินไป กลับทำให้เราตกหลุมพรางตัวเอง เพราะเมื่อคำถามไม่เป็นไปตามที่ซ้อมมาสมองจะเริ่มลังเลปากจะเริ่มอึกอักและร่างกายจะแสดง …

การเป็นโคไพลอตที่ดี

Co-pilot ในดวงใจ

(เรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับปี 2016 ในหนังสือ A Pilot Part II) แม้ว่าปัจจุบันผมจะไม่ได้ทำการบินแล้ว แต่ก็ไม่รู้ทำไมอยู่ ๆ วันนี้ ผมก็นึกถึงหัวข้อว่า “co-pilot ในดวงใจ” ที่เคยเขียนไว้ตั้งแต่หลายปีก่อนขึ้นมานักบินผู้ช่วยแบบไหนกันนะ ที่กัปตันอย่างเราจะอยากบินด้วย? เขาควรมีคุณสมบัติอย่างไร? “ในยุคสมัยนี้ กับนักบินรุ่นใหม่ ๆ ในปัจจุบัน เรียกว่า รุ่นลูกที่เป็นคลื่นลูกใหม่ทางการบินแล้ว กัปตันก็เป็นกัปตันรุ่นใหม่ๆ บรรยากาศการทำงานในห้องนักบินก็คงจะเปลี่ยนไปเยอะแล้ว แต่เชื่อเถอะว่า ในใจของกัปตันไม่ว่าจะเก่าหรือใหม่ มีบ้างนะที่จะคิดแบบนี้” โดยนิสัยส่วนตัว ผมเป็นคนไม่ค่อยเรื่องมาก ไม่ได้ตั้งเงื่อนไขว่า co-pilot ที่บินด้วยต้องเป็นคนแบบนั้นแบบนี้ถึงจะทำงานด้วยกันได้ แต่ถ้าถามว่า “แบบไหนที่ผมอยากบินด้วยมากที่สุด?” ก็คงตอบแบบนี้ครับ “ไม่ต้องรู้ใจ… แต่ต้องรู้งาน” นักบินใหม่หลายคนมักคิดว่า ถ้ายิ้มให้บ่อย ๆ ทำตัวให้ถูกใจ ทำอะไรก็เอาใจกัปตันไว้ก่อน แบบนั้นจะทำงานง่ายกว่า ผมเข้าใจนะ เพราะทุกคนอยากให้บรรยากาศบนเครื่องราบรื่น แต่พูดตรง ๆ เลยครับ—ถ้ามาเอาใจมากเกินไป ผมรำคาญ สิ่งที่ผมอยากเห็นไม่ใช่ “การรู้ใจ” แต่คือ “การรู้งาน” การทำงานบนพื้นฐานของกฎ …

I'm your captain speaking

กัปตันจอมฝืด

สมัยที่ผมยังเป็นโคไพลอต ผมเป็นคนหนึ่งที่ ไม่เคย หนีกัปตันที่ขึ้นชื่อว่า “ดุ” หรือ “จุกจิก” เลย

ไม่เคยขอแลกไฟล์ท ไม่เคยกลัวชื่อเสียงคำล่ำลือของกัปตันแต่ละท่านที่ได้ยินมาล่วงหน้าอะไรทั้งนั้น เพราะผมคิดเสมอว่า—ถ้าเปิดใจให้กว้างพอ เรามักจะเห็นด้านดี ๆ ของกัปตันที่ใครหลายคนบอกว่า “น่ากลัว” อยู่เสมอ