สิ่งที่ผู้สัมภาษณ์นักบินต้องการเห็น
กระบวนการสอบคัดเลือกนักบิน โดยเฉพาะในกรณีของการบินไทย มีขั้นตอนที่แตกต่างจากสายการบินอื่นในบางประเด็น ขั้นตอนสุดท้ายคือ การประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาการบิน ซึ่งการบินไทยเลือกใช้ผู้เชี่ยวชาญจากแถบสแกนดิเนเวีย ผู้ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลและมีประสบการณ์ยาวนานในการคัดเลือกนักบิน ขั้นตอนนี้เป็นที่รู้จักกันอย่างไม่เป็นทางการว่า “การสอบกับ Professor” อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมีผู้สมัครจำนวนมากในแต่ละปี การให้ทุกคนเข้าสอบกับ Professor ทันทีหลังการตรวจสุขภาพจะก่อให้เกิดค่าใช้จ่ายสูงอย่างมาก จึงมีความจำเป็นต้องมีกระบวนการ “คัดออก” ก่อน เพื่อกลั่นกรองผู้สมัครที่มีโอกาสผ่านเกณฑ์น้อยที่สุด ในขั้นตอนนี้ กัปตันของการบินไทยจะเป็นผู้สัมภาษณ์ แม้จะไม่ได้เป็นนักจิตวิทยามืออาชีพ แต่ก็สามารถช่วยคัดกรองผู้สมัครได้ในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ดี การประเมินโดยกัปตันไม่สามารถสะท้อนความสามารถของผู้สมัครได้ครบถ้วนทั้งหมด ผู้สมัครบางรายอาจมีคุณสมบัติที่ดี แต่ถูกมองข้ามเพราะวันนั้นไม่สามารถแสดงศักยภาพได้เต็มที่ ด้วยเหตุนี้ ผู้ที่ไม่ผ่านรอบดังกล่าวจึงได้รับสิทธิ์ในการสมัครและเข้าสอบใหม่อีกครั้ง เพื่อให้การคัดเลือกมีความแม่นยำมากขึ้น กัปตันผู้ทำหน้าที่สัมภาษณ์จึงได้รับการอบรมจาก Professor โดยตรง เพื่อเรียนรู้หลักการประเมินบุคลิกภาพและคุณสมบัติพื้นฐานของผู้สมัคร ข้อแนะนำสำคัญที่ได้จากการอบรมคือ ผู้สมัครควร “แสดงตัวตนที่แท้จริง” ออกมาในการสัมภาษณ์ สิ่งนี้ไม่ได้หมายความว่าผู้สมัครต้องเสแสร้งเพื่อสร้างความประทับใจ เพราะหากกล่าวสิ่งที่ไม่ตรงกับความจริง ย่อมส่งผลเสียในภายหลัง ยกตัวอย่างเช่น หากถูกถามว่าเล่นดนตรีอะไรได้ และผู้สมัครตอบว่า “เล่นกีตาร์” ทั้งที่เล่นไม่เป็น อาจเกิดสถานการณ์ที่กรรมการหยิบกีตาร์ขึ้นมาขอให้ลองเล่น ซึ่งจะกลายเป็นการเปิดเผยความไม่จริงใจของผู้สมัครทันที นอกจากนี้ การกล่าวอ้างว่ามีทักษะที่ตนไม่เคยฝึกฝน เช่น “เล่นกลองเป็น” ก็อาจสะท้อนถึงความไม่พร้อมในการทำงานที่ต้องใช้การประสานประสาทสัมผัสหลายด้าน ซึ่งจะถูกตรวจสอบซ้ำในการทดสอบถัดไปอยู่แล้ว ดังนั้น …
