co-operative attitude

Co-operative Attitude

Co-operative หมายถึง การมีส่วนร่วม การช่วยเหลือซึ่งกันและกันเพื่อมุ่งไปสู่เป้าหมายเดียวกันAttitude หมายถึง วิธีคิดหรือความรู้สึกที่เรามีต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ตัวอย่างคำถามที่อาจเจอในการสัมภาษณ์ เพื่อให้เข้าใจว่า Co-operative Attitude ถูกประเมินอย่างไร ลองดูตัวอย่างคำถามที่มักจะถูกใช้เปิดประเด็นในการสัมภาษณ์ ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ Co-operative Attitude เป็นเรื่องของ บุคลิกลักษณะและทัศนคติที่มีต่อสังคม รวมถึงการอยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อมรอบตัว นักบินไม่ได้ทำงานคนเดียว ทุกการบินต้องอาศัยการทำงานร่วมกัน ทั้งกับเพื่อนร่วมทีม นักบินร่วม นักบินผู้ช่วย ลูกเรือ เจ้าหน้าที่ภาคพื้น และพนักงานอำนวยการบิน (dispatcher) ดังนั้นคนที่มีพื้นฐานชอบทำกิจกรรมกับผู้อื่น สามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และทำงานเป็นทีมได้ จะมีความได้เปรียบในสายอาชีพนี้ การเรียนรู้จากกิจกรรม กิจกรรมที่ทำระหว่างเรียน ทั้งมัธยมและมหาวิทยาลัย ถือเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็น สิ่งเหล่านี้เป็น ประสบการณ์ทางสังคม ที่ฝึกให้เรารู้จักการฟังผู้อื่น การแสดงความคิดเห็น การประนีประนอม และการทำงานเป็นทีมเพื่อบรรลุเป้าหมายเดียวกัน เทคนิคการตอบคำถาม คำถามเช่น “คุณทำกิจกรรมอะไรบ้างตอนเรียนมัธยมหรือมหาวิทยาลัย” จริง ๆ แล้วเป็นเพียง คำถามเปิดประเด็น สิ่งที่ผู้สัมภาษณ์สนใจจริง ๆ คือ รายละเอียดที่คุณเล่าต่อจากนั้น เช่น ถ้าคุณตอบว่า …

Insight Flying, wisdom from the sky

คุณสมบัติสำคัญของผู้สมัครนักบิน: Motivation, Attitude/Appearance, Judgement และ Self-Knowledge

การสอบสัมภาษณ์นักบินไม่ใช่เพียงการทดสอบความรู้ด้านวิชาการหรือทักษะการบินเท่านั้น แต่ยังเป็นการวัด “คุณสมบัติภายใน” ที่บ่งบอกว่าผู้สมัครมีความพร้อมแค่ไหนที่จะก้าวเข้าสู่วิชาชีพที่มีความรับผิดชอบสูง ในการคัดเลือกนักบิน มักมีเกณฑ์การประเมินด้านบุคลิกภาพและจิตวิทยาที่สำคัญอยู่ 4 หัวข้อ ได้แก่ Motivation, Attitude/Appearance, Judgement และ Self-Knowledge 1. Motivation – แรงจูงใจ Motivation คือสิ่งที่ผลักดันให้ผู้สมัครอยากเป็นนักบิน คำตอบไม่จำเป็นต้องสวยหรู แต่ต้อง “จริงใจ” และสะท้อนตัวตนว่าทำไมถึงเลือกเส้นทางนี้ แรงจูงใจที่มักสร้างความประทับใจคือการอยากเรียนรู้ อยากท้าทาย และอยากรับผิดชอบงานที่เกี่ยวกับความปลอดภัย ไม่ใช่เพียงเพราะชื่อเสียงหรือรายได้ สิ่งสำคัญคือ การตอบอย่างตรงไปตรงมา เช่น “ผมชอบเทคโนโลยีและการแก้ปัญหา จึงอยากทำงานที่ได้ใช้ทักษะเหล่านี้ในสภาพแวดล้อมจริง” มากกว่าคำตอบที่ท่องมาเพื่อเอาใจกรรมการ 2. Attitude/Appearance – ทัศนคติและการแสดงออก Attitude คือสิ่งที่อยู่ภายใน เป็นวิธีคิด ความเชื่อ หรือความรู้สึกของเราAppearance คือสิ่งที่แสดงออกมาภายนอก ผ่านการพูด น้ำเสียง การนั่ง การยืน หรือแม้แต่การสบตา แม้เราจะไม่สามารถอ่านใจผู้สมัครได้ทั้งหมด แต่ “การแสดงออก” เป็นสิ่งที่กรรมการใช้ตัดสินเป็นหลัก เพราะมันสะท้อนความมั่นใจ ความสุขุม …

Self-knowledge the pilot interview factors

Self-Knowledge: การรู้จักตัวเอง

Self-Knowledge หรือ การรู้จักและเข้าใจตัวเอง หมายถึง การที่เรารู้ข้อจำกัด จุดแข็ง จุดอ่อน และบุคลิกภาพของตัวเองอย่างแท้จริง ในการสอบสัมภาษณ์นักบิน หัวข้อนี้ถือว่าอธิบายได้ยากที่สุด เพราะมันไม่ใช่เรื่องของทฤษฎี แต่เป็นเรื่องของ “ความจริงใจ ความซื่อสัตย์ และวุฒิภาวะ” ของผู้สมัคร การมี Self-Knowledge ไม่ได้แปลว่าคุณต้องเป็นคนสมบูรณ์แบบ แต่หมายถึงคุณรู้ว่าตัวเองเป็นใคร และสามารถจัดการกับข้อจำกัดของตัวเองได้ Self-Knowledge ในการสอบสัมภาษณ์ ผู้สัมภาษณ์มักจะดูว่า: คำถามตัวอย่าง: คำถามเหล่านี้ดูเหมือนง่าย แต่จริง ๆ แล้วเป็นการวัด ความจริงใจ ความเข้าใจตัวเอง และความเป็นผู้ใหญ่ ของผู้เข้าสอบ ทำไม Self-Knowledge ถึงสำคัญสำหรับนักบิน นักบินที่ขาด Self-Knowledge เป็นความเสี่ยงอย่างมาก เพราะการบินต้องการความสมดุลระหว่าง “ความมั่นใจ” และ “ความถ่อมตัว” นักบินที่มี Self-Knowledge จะรู้ว่า: นี่คือ ความสมดุล ที่ทำให้คนอื่นไว้ใจได้ การรู้จักตัวเองไม่ใช่การหาคำตอบที่สวยหรู ไม่มีใครคาดหวังให้นักบินผู้สมัครเป็นคนสมบูรณ์แบบ แต่สิ่งที่ผู้สัมภาษณ์มองหา คือ: ตัวอย่างเช่น: ความชอบ …

Flying, Passion, A Lifelong Journey of Learning

กว่าจะเป็นนักบินพาณิชย์ : “ใคร ๆ ก็บินได้” จริงหรือ?

ย้อนกลับไปก่อนเข้าสู่เส้นทางนักบินฝึกหัด การสอบคัดเลือกนักเรียนทุนในอดีตมีข้อกำหนดบางอย่างแตกต่างจากปัจจุบัน เช่น อายุและความสามารถด้านภาษาอังกฤษ แต่หลักการทั่วไปคือ ปริญญาตรีสาขาใดก็ได้ เพื่อนร่วมรุ่นของผมจบมาหลากหลายสาขา ตั้งแต่สัตวแพทย์ วิศวกรรม สถาปัตยกรรม นิเทศศาสตร์ ฯลฯ ขั้นตอนการสอบคัดเลือก (ปี 1992) การสอบแบ่งเป็น 5 ขั้นตอนหลัก ดังนี้ ประสบการณ์ของผม ตอนสอบสัมภาษณ์ในขั้นตอนที่ 4 ผมไม่มีความมั่นใจเลย เพราะไม่เคยรู้เรื่องเครื่องบินมาก่อน กัปตันถามเกี่ยวกับเครื่องบิน ผมตอบไม่ถูก แต่โชคดีที่สามารถอธิบายเรื่อง ทิศทางและการอ่านแผนที่ ได้อย่างมั่นใจ ซึ่งตรงกับการวัด Spatial Orientation ของนักบิน การสอบรอบสุดท้ายถือเป็น ด่านหิน สำหรับทุกคน แต่ผมกลับสนุกมาก เพราะได้เรียนรู้ว่าอาชีพนักบินนั้นมีมิติให้ศึกษามากมาย จากกว่าพันคนที่สมัคร รอบสุดท้ายมีผู้ผ่านเพียง 14 คน ใคร ๆ ก็บินได้จริงหรือ? คำตอบสั้น ๆ คือ ไม่ใช่ทุกคนแม้ทุกคนจะมีความฝัน แต่การเป็นนักบินต้องผ่าน การคัดเลือกเข้มข้นหลายชั้น ทั้งด้านร่างกาย ความรู้ ความสามารถเฉพาะด้าน และทัศนคติ …

A lifelong journey of pilot

สิ่งที่ผู้สัมภาษณ์นักบินต้องการเห็น

กระบวนการสอบคัดเลือกนักบิน โดยเฉพาะในกรณีของการบินไทย มีขั้นตอนที่แตกต่างจากสายการบินอื่นในบางประเด็น ขั้นตอนสุดท้ายคือ การประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาการบิน ซึ่งการบินไทยเลือกใช้ผู้เชี่ยวชาญจากแถบสแกนดิเนเวีย ผู้ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลและมีประสบการณ์ยาวนานในการคัดเลือกนักบิน ขั้นตอนนี้เป็นที่รู้จักกันอย่างไม่เป็นทางการว่า “การสอบกับ Professor” อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมีผู้สมัครจำนวนมากในแต่ละปี การให้ทุกคนเข้าสอบกับ Professor ทันทีหลังการตรวจสุขภาพจะก่อให้เกิดค่าใช้จ่ายสูงอย่างมาก จึงมีความจำเป็นต้องมีกระบวนการ “คัดออก” ก่อน เพื่อกลั่นกรองผู้สมัครที่มีโอกาสผ่านเกณฑ์น้อยที่สุด ในขั้นตอนนี้ กัปตันของการบินไทยจะเป็นผู้สัมภาษณ์ แม้จะไม่ได้เป็นนักจิตวิทยามืออาชีพ แต่ก็สามารถช่วยคัดกรองผู้สมัครได้ในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ดี การประเมินโดยกัปตันไม่สามารถสะท้อนความสามารถของผู้สมัครได้ครบถ้วนทั้งหมด ผู้สมัครบางรายอาจมีคุณสมบัติที่ดี แต่ถูกมองข้ามเพราะวันนั้นไม่สามารถแสดงศักยภาพได้เต็มที่ ด้วยเหตุนี้ ผู้ที่ไม่ผ่านรอบดังกล่าวจึงได้รับสิทธิ์ในการสมัครและเข้าสอบใหม่อีกครั้ง เพื่อให้การคัดเลือกมีความแม่นยำมากขึ้น กัปตันผู้ทำหน้าที่สัมภาษณ์จึงได้รับการอบรมจาก Professor โดยตรง เพื่อเรียนรู้หลักการประเมินบุคลิกภาพและคุณสมบัติพื้นฐานของผู้สมัคร ข้อแนะนำสำคัญที่ได้จากการอบรมคือ ผู้สมัครควร “แสดงตัวตนที่แท้จริง” ออกมาในการสัมภาษณ์ สิ่งนี้ไม่ได้หมายความว่าผู้สมัครต้องเสแสร้งเพื่อสร้างความประทับใจ เพราะหากกล่าวสิ่งที่ไม่ตรงกับความจริง ย่อมส่งผลเสียในภายหลัง ยกตัวอย่างเช่น หากถูกถามว่าเล่นดนตรีอะไรได้ และผู้สมัครตอบว่า “เล่นกีตาร์” ทั้งที่เล่นไม่เป็น อาจเกิดสถานการณ์ที่กรรมการหยิบกีตาร์ขึ้นมาขอให้ลองเล่น ซึ่งจะกลายเป็นการเปิดเผยความไม่จริงใจของผู้สมัครทันที นอกจากนี้ การกล่าวอ้างว่ามีทักษะที่ตนไม่เคยฝึกฝน เช่น “เล่นกลองเป็น” ก็อาจสะท้อนถึงความไม่พร้อมในการทำงานที่ต้องใช้การประสานประสาทสัมผัสหลายด้าน ซึ่งจะถูกตรวจสอบซ้ำในการทดสอบถัดไปอยู่แล้ว ดังนั้น …