Thai Captain in the cockpit

จากโคไพลอตไปเป็นกัปตัน

ผมได้รับการโปรโมทเป็นกัปตันของการบินไทยในปี 2006วันที่ติดสี่ขีดบนบ่าอย่างเป็นทางการคือ 16 กันยายน ถ้านับตั้งแต่วันที่ผมก้าวออกจากโรงเรียนการบินวันนั้นเท่ากับว่าผมใช้เวลาอยู่ในอาชีพนักบินมาแล้ว กว่า 12 ปี หลายคนอาจถามว่า ช้าไหมคำตอบคือ ไม่ช้า และก็ไม่เร็วแต่มันคือเส้นทางที่สะท้อนโครงสร้างของอาชีพนักบินในยุคนั้นได้ชัดเจนมาก ในสมัยก่อน กฎระเบียบของการบินไทยกำหนดไว้อย่างชัดเจนว่าผู้ที่จะได้รับการพิจารณาเป็นนักบินที่หนึ่ง (Captain) จะต้อง เงื่อนไขแรก—“เป็นนักบินไม่น้อยกว่า 8 ปี”—ในทางปฏิบัติ มีการตีความกันอยู่พักใหญ่สุดท้ายข้อสรุปก็คือ นับตั้งแต่จบโรงเรียนการบิน ส่วนเงื่อนไขที่สองนั้นชัดเจนกว่าการจะเป็น Senior Co-Pilot ได้ ต้องสอบผ่านและได้รับ ATPLหรือที่นักบินสมัยก่อนเรียกกันติดปากว่า D License เหตุผลที่เรียกเช่นนั้นก็เพราะเลขที่ใบอนุญาต ATPL ของไทยจะขึ้นต้นด้วยอักษร Dเช่น D-0001, D-0123 เป็นต้น ทำไมการเป็นกัปตันถึง “ช้า” สิ่งที่คนภายนอกมักไม่เข้าใจคือการเป็นกัปตันไม่ได้ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติส่วนบุคคลอย่างเดียว แต่มันขึ้นอยู่กับ “ความต้องการกัปตันของสายการบินในช่วงเวลานั้น” เป็นหลัก ตัวแปรมีหลายอย่าง เช่น ถ้าสายการบินต้องการกัปตันจำนวนมากการฝึกก็จะถูกเร่งให้เร็วขึ้นแต่ถ้าไม่จำเป็น ก็ต้องรอ ในช่วงที่ผมเข้ามาเป็นนักบินการบินไทยรับนักบินใหม่ปีละหลายชุดเมื่อครบคุณสมบัติ ก็จะ ทยอยฝึกกัปตันตามลำดับรุ่น ปัญหาคือเมื่อถึงเวลาที่ผมครบเกณฑ์ 8 ปียังมีรุ่นพี่ค้างอยู่ก่อนหน้าผมอีก เกือบห้าสิบคน นั่นหมายความว่า ต่อให้คุณ …

Captain in tension

ทำไมบางคน “สอบตก” ทั้งที่ดูพร้อมกว่าคนอื่น

ห้องสัมภาษณ์นักบินไม่ใช่สนามสอบความรู้และไม่ใช่เวทีแสดงความเก่ง หลายคนเดินเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารหนาชั่วโมงบินครบผลการเรียนดีภาษาอังกฤษดีและเตรียมคำตอบมาอย่างเป็นระบบ แต่กลับเดินออกไปพร้อมคำว่า“ไม่ผ่านการสัมภาษณ์” จากมุมของคนคุมห้องเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกเลย เราไม่ได้คัด “คนที่เตรียมตัวดีที่สุด” ในฐานะผู้สัมภาษณ์นักบินสิ่งที่เรามองหา ไม่ใช่คนที่ตอบคำถามได้เป๊ะที่สุดแต่คือคนที่ จะปลอดภัยที่สุด เมื่ออยู่ในระบบการบินจริง 10–20 นาทีในห้องสัมภาษณ์อาจดูสั้นสำหรับผู้สมัครแต่เพียงพอสำหรับกรรมการในการเห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่หลังคำตอบ เพราะนักบินไม่ได้ทำงานในสภาวะที่มีเวลาเตรียมคำตอบล่วงหน้าการบินคือการตัดสินใจในปัจจุบันภายใต้ข้อมูลไม่ครบและความกดดันจริง สิ่งที่เราฟัง…ไม่ใช่แค่คำตอบ ในทุกคำถามสิ่งที่สำคัญกว่าคำตอบ คือ บางคนตอบถูกทุกข้อแต่เต็มไปด้วยสัญญาณของความตึงเครียดการกลัวผิดและความพยายามจะ “เดาใจกรรมการ” จากมุมคนคุมห้องนี่คือ Red Flag ความมั่นใจที่มากเกินไป ก็เป็นเหตุให้ตกได้ ผู้สมัครจำนวนไม่น้อยพยายามแสดงความมั่นใจให้มากที่สุดพูดเร็ว พูดเยอะย้ำว่าตนเองเคยเจอสถานการณ์ยากแค่ไหน แต่ในโลกการบินความมั่นใจที่ไม่เปิดพื้นที่ให้คนอื่นคือความเสี่ยง นักบินพาณิชย์ทำงานแบบ Multi-Crewทุกการตัดสินใจต้องผ่านการตรวจทานและยอมรับความเห็นที่แตกต่าง คนที่ “เชื่อมั่นตนเองมากเกินไป”มักไม่ฟังและมักไม่รู้ตัวว่า กำลังพาความเสี่ยงขึ้นเครื่องไปด้วย ทำไมคนที่ดูพร้อม จึงมักพลาด ผู้สมัครที่เตรียมตัวมามากมักติดกับดักอย่างหนึ่งโดยไม่รู้ตัวนั่นคือ การยึดติดกับคำตอบที่ซ้อมมา เมื่อคำถามไม่ตรงกับสิ่งที่เตรียมสมองจะเริ่มลังเลร่างกายจะเริ่มแสดงอาการสายตาหลบมือขยับเสียงเปลี่ยน สิ่งเหล่านี้ ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญก็เห็นได้และสำหรับคนที่คุมห้องสัมภาษณ์สัญญาณเหล่านี้ชัดเจนมาก ห้องสัมภาษณ์ คือ Cockpit จำลอง เราไม่เคยมองหานักบินที่ “ไม่เคยพลาด”แต่เรามองหาคนที่ การสัมภาษณ์ จึงไม่ต่างจาก CRM บนโต๊ะเราอยากเห็นว่าถ้าเกิดความไม่ชัดเจนขึ้นคุณจะจัดการกับมันอย่างไร สอบตก ไม่ได้แปลว่าไม่เหมาะกับการบิน การไม่ผ่านการสัมภาษณ์ไม่ได้ตัดสินคุณค่าของชีวิตใคร แต่สะท้อนว่าในช่วงเวลานั้นบุคลิก ทัศนคติ หรือวิธีคิดของคุณอาจยังไม่ตรงกับความเสี่ยงที่องค์กรพร้อมรับ บางคนสอบตกวันนี้แต่กลับมาใหม่อย่างแข็งแรงกว่าเดิมและกลายเป็นนักบินที่ดีมากในวันข้างหน้า …

Pilot experience

ทำไมจึงสอบตกสัมภาษณ์นักบิน

ทำไมจึงสอบตกสัมภาษณ์นักบิน บทความนี้พูดถึงการบินแต่เริ่มต้นด้วยคำว่า “สอบตก” หลายคนมองว่าการสอบตกสัมภาษณ์นักบินเป็นเรื่องเศร้า เป็นความล้มเหลว เป็นจุดจบของความฝันแต่ในความเป็นจริงแล้ว…มันไม่ใช่แบบนั้นเลย การสอบไม่ผ่าน ไม่ได้หมายความว่าชีวิตพังและไม่ได้บอกว่าเราด้อยค่า หรือไม่เหมาะสมกับโลกการบินมันเพียงสะท้อนว่า ในช่วงเวลานั้น เรายังไม่ตรงกับสิ่งที่ผู้สัมภาษณ์กำลังมองหา และตรงนี้เอง ที่หลายคนเข้าใจผิด การสัมภาษณ์นักบิน เขามองอะไร โดยหลักแล้ว การสัมภาษณ์ไม่ใช่การวัดความรู้เชิงเทคนิคแต่เป็นการมองหา “ตัวตน” ของผู้สมัคร กรรมการจะดู บางครั้ง การสัมภาษณ์ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีแต่ก็เพียงพอให้ผู้สัมภาษณ์ “อ่านเราออก” ได้มากกว่าที่เราคิด เพราะสิ่งที่เขาต้องการ ไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้องที่สุดแต่คือ วิธีคิด วิธีตอบ และวิธีเป็นคนของเรา ความมั่นใจ…สิ่งจำเป็น แต่ต้องพอดี การสัมภาษณ์นักบิน แน่นอนว่าต้องการคนที่ มีความมั่นใจในตัวเองแต่ขอเน้นว่า… ไม่ใช่ความมั่นใจแบบล้นเกิน นักบินพาณิชย์ ไม่เคยบินคนเดียว การทำงานบนเครื่องบินพาณิชย์คือ ระบบทั้งหมดนี้ถูกออกแบบมา เพื่อลดความผิดพลาดของมนุษย์ คนที่มั่นใจในตัวเองมากเกินไปมักจะ ซึ่งนี่คือ อันตรายอย่างยิ่ง ในอาชีพนักบิน ทำไม “คนที่เตรียมตัวมากเกินไป” มักสอบตก หลายคนคิดว่า “ยิ่งท่อง ยิ่งซ้อม ยิ่งเป๊ะ ยิ่งมีโอกาสผ่าน” แต่ในความเป็นจริงการเตรียมคำตอบล่วงหน้ามากเกินไป กลับทำให้เราตกหลุมพรางตัวเอง เพราะเมื่อคำถามไม่เป็นไปตามที่ซ้อมมาสมองจะเริ่มลังเลปากจะเริ่มอึกอักและร่างกายจะแสดง …

การเป็นโคไพลอตที่ดี

Co-pilot ในดวงใจ

(เรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับปี 2016 ในหนังสือ A Pilot Part II) แม้ว่าปัจจุบันผมจะไม่ได้ทำการบินแล้ว แต่ก็ไม่รู้ทำไมอยู่ ๆ วันนี้ ผมก็นึกถึงหัวข้อว่า “co-pilot ในดวงใจ” ที่เคยเขียนไว้ตั้งแต่หลายปีก่อนขึ้นมานักบินผู้ช่วยแบบไหนกันนะ ที่กัปตันอย่างเราจะอยากบินด้วย? เขาควรมีคุณสมบัติอย่างไร? “ในยุคสมัยนี้ กับนักบินรุ่นใหม่ ๆ ในปัจจุบัน เรียกว่า รุ่นลูกที่เป็นคลื่นลูกใหม่ทางการบินแล้ว กัปตันก็เป็นกัปตันรุ่นใหม่ๆ บรรยากาศการทำงานในห้องนักบินก็คงจะเปลี่ยนไปเยอะแล้ว แต่เชื่อเถอะว่า ในใจของกัปตันไม่ว่าจะเก่าหรือใหม่ มีบ้างนะที่จะคิดแบบนี้” โดยนิสัยส่วนตัว ผมเป็นคนไม่ค่อยเรื่องมาก ไม่ได้ตั้งเงื่อนไขว่า co-pilot ที่บินด้วยต้องเป็นคนแบบนั้นแบบนี้ถึงจะทำงานด้วยกันได้ แต่ถ้าถามว่า “แบบไหนที่ผมอยากบินด้วยมากที่สุด?” ก็คงตอบแบบนี้ครับ “ไม่ต้องรู้ใจ… แต่ต้องรู้งาน” นักบินใหม่หลายคนมักคิดว่า ถ้ายิ้มให้บ่อย ๆ ทำตัวให้ถูกใจ ทำอะไรก็เอาใจกัปตันไว้ก่อน แบบนั้นจะทำงานง่ายกว่า ผมเข้าใจนะ เพราะทุกคนอยากให้บรรยากาศบนเครื่องราบรื่น แต่พูดตรง ๆ เลยครับ—ถ้ามาเอาใจมากเกินไป ผมรำคาญ สิ่งที่ผมอยากเห็นไม่ใช่ “การรู้ใจ” แต่คือ “การรู้งาน” การทำงานบนพื้นฐานของกฎ …

I'm your captain speaking

กัปตันจอมฝืด

สมัยที่ผมยังเป็นโคไพลอต ผมเป็นคนหนึ่งที่ ไม่เคย หนีกัปตันที่ขึ้นชื่อว่า “ดุ” หรือ “จุกจิก” เลย

ไม่เคยขอแลกไฟล์ท ไม่เคยกลัวชื่อเสียงคำล่ำลือของกัปตันแต่ละท่านที่ได้ยินมาล่วงหน้าอะไรทั้งนั้น เพราะผมคิดเสมอว่า—ถ้าเปิดใจให้กว้างพอ เรามักจะเห็นด้านดี ๆ ของกัปตันที่ใครหลายคนบอกว่า “น่ากลัว” อยู่เสมอ

An ispiration หนูอยากเป็นนักบิน child plane

แรงบันดาลใจเล็กๆ…อาจเป็นแรงผลักมหาศาลของเด็กคนหนึ่ง

ในวันที่เด็กคนหนึ่งมองขึ้นไปบนท้องฟ้า แล้วเห็นเครื่องบินลำใหญ่ค่อยๆ ผ่านไปเหนือศีรษะ…เขาอาจกำลังเผลอฝันโดยไม่รู้ตัวว่า “วันหนึ่ง ฉันอยากอยู่บนฟ้านั้นเหมือนกัน” ความฝันของเด็ก—ไม่ว่าจะเป็นนักบิน แอร์โฮสเตส ช่างเครื่อง เจ้าหน้าที่ภาคพื้น หรือแม้แต่คนทำงานด้านความปลอดภัย—ล้วนเริ่มจาก “ประกายเล็กๆ” ที่เกิดขึ้นจากสิ่งรอบตัวและประกายเล็กๆ นั้น…อาจถูกจุดขึ้นด้วยคำพูดหรือการกระทำของผู้ใหญ่อย่างเรา เพราะบางครั้ง แรงบันดาลใจที่ดูเหมือนเล็กน้อยสำหรับผู้ใหญ่…อาจเป็นแรงผลักมหาศาลสำหรับเด็กเพียงคนเดียว 🌟 เด็กหนึ่งคน = อนาคตหนึ่งเส้นทาง เด็กแต่ละคนมีฝัน มีบุคลิก มีความถนัดแตกต่างกันแต่สิ่งที่เหมือนกันคือ “ใจที่พร้อมจะเติบโต” หากได้รับการดูแลอย่างถูกวิธี ไม่ใช่ทุกคนที่ใฝ่ฝันอยากเป็นนักบินไม่ใช่ทุกคนที่อยากเป็นแอร์โฮสเตสหรือทำงานในสนามบินแต่ถ้าเด็กคนนั้นมีความสนใจด้านการบิน ไม่ว่าจะเป็นเพราะเขาชอบเครื่องบิน ชอบท้องฟ้า หรืออยากบริการคน—หน้าที่ของเราคือช่วยให้เขามองเห็นเส้นทางนั้นชัดขึ้น 🌟 คำพูดเล็กๆ ที่สร้างพลังยักษ์ใหญ่ คำชมง่ายๆ จากพ่อแม่ว่า“หนูทำได้”“พ่อเชื่อในตัวลูกนะ”“ลองดูสิ แม่ว่าลูกไปได้ไกลแน่ๆ” คำเหล่านี้ไม่ใช่คำพูดธรรมดามันคือพลังใจชั้นดีที่เติมพลังให้เด็กกล้าก้าวสู่ความฝันของตัวเอง เพราะเด็กที่ได้รับการสนับสนุน…จะ “กล้าเริ่ม” เร็วกว่าคนอื่นเสมอและการเริ่มก้าวแรก—คือสิ่งที่ยากที่สุดในชีวิตทุกคน 🌟 พื้นที่เล็กๆ ของเด็ก คือเวทีใหญ่ของอนาคต โอกาสไม่จำเป็นต้องยิ่งใหญ่บางครั้งการพาไปดูสนามบิน การให้ลองบังคับเครื่องบินจำลองหรือการนั่งฟังเขาเล่า “ทำไมอยากเป็นนักบิน”ก็เพียงพอที่จะทำให้เด็กคนนั้นรู้ว่า “ความฝันของฉัน…มีคนมองเห็นและเชื่อมั่นจริงๆ” พื้นที่เล็กๆ ที่ผู้ใหญ่ให้ คือเวทีใหญ่ที่เด็กจะใช้ฝึกยืนด้วยตัวเอง 🌟 ความเชื่อของผู้ใหญ่ คือปีกคู่แรกของเด็กทุกคน ไม่มีเด็กคนไหนเดินเข้าอาชีพการบินด้วยความฝันเพียงลำพังบนเส้นทางนี้ ต้องการทั้งวินัย ความอดทน …

to become a pilot เตรียมตัวเป็นนักบิน

🚶‍♂️ เดินตามจุด (Walking the Dots)

นอกจากการคิดเลขในใจเฉย ๆ แล้ว ยังมีการให้ทำกิจกรรมอย่างอื่นควบคู่กัน เช่น การ “เดินตามจุด” เพื่อวัดความสามารถในการแยกประสาทและทำงานหลายอย่างพร้อมกัน (multi-tasking) วิธีการทดสอบนี้ กรรมการจะเตรียมกระดาษ A4 ที่มีเส้นสองเส้น แต่ละเส้นประกอบด้วยวงกลมต่อเนื่องกัน ซึ่งระยะห่างและรูปแบบของวงกลมในแต่ละเส้นจะแตกต่างกันเล็กน้อย ผู้เข้าสอบจะได้รับปากกาหรือดินสอสองแท่ง ให้ถือไว้ข้างละแท่ง แล้วทำการเดินตามวงกลมบนเส้นทีละด้าน สลับกันซ้ายที–ขวาที เมื่อถึงปลายสุดทางให้เคาะซ้ำหนึ่งทีแล้วเดินย้อนกลับ จากนั้นกรรมการจะเริ่มให้สัญญาณด้วยการเคาะโต๊ะ สิ่งที่ท้าทายคือ เสียงเคาะอาจเร็วหรือช้าไม่สม่ำเสมอ เพื่อสร้างแรงกดดัน และในระหว่างที่เดินตามจุด กรรมการจะซักถามคำถามควบคู่กัน เช่น จุดประสงค์คือการทดสอบการใช้สมองทั้งด้านการฟัง การมอง การควบคุมการเคลื่อนไหวของมือทั้งสองข้าง พร้อมกับการคิดและตอบคำถามไปในเวลาเดียวกัน เทคนิคที่ควรระวังคือ อย่าเดินข้ามจุด หากพลาดสามารถ “ซ้ำจุด” ได้เพื่อให้จำนวนวงกลมตรงกัน แต่ต้องทำให้เนียน ไม่เช่นนั้นกรรมการจะจับได้ง่ายว่ามีข้อผิดพลาดเยอะ บททดสอบนี้เป็นหนึ่งในด่านที่สนุก ท้าทาย และช่วยให้เห็นความสามารถในการทำงานหลายด้านพร้อมกันได้ชัดเจนมาก Walking the dots Apart from simple mental arithmetic, another test involves performing a physical …

Self-knowledge the pilot interview factors

การสะกดคําศัพท์กลับหลัง

Spelling Words Backward นี่เป็นการทดสอบที่ดูเหมือนง่าย แต่จริง ๆ แล้วเป็นการวัด สมาธิ ความรอบคอบ และความสามารถในการทำงานหลายอย่างพร้อมกัน (multi-tasking) ได้อย่างดี การทดสอบนี้เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย และถูกใช้บ่อยในสถานการณ์สัมภาษณ์ โดยเฉพาะกับผู้สมัครตำแหน่งนักบินหรือตำแหน่งที่ต้องใช้สมาธิสูง This test may sound simple, but it actually measures focus, attention to detail, and multi-tasking ability very effectively. It is suitable for all ages and is often used in pilot interviews or other high-focus roles. วิธีการทดสอบ How the Test Works …

to become a pilot เตรียมตัวเป็นนักบิน

การทดสอบความรอบคอบ

Attention to Detail Test หนึ่งในแบบทดสอบที่กรรมการใช้บ่อย ๆ คือการทดสอบความรอบคอบ ตัวอย่างเช่น กรรมการอาจคว่ำกระดาษที่มีข้อความง่าย ๆ แล้วให้เราอ่านออกเสียงอย่างรวดเร็ว พร้อมพูดจาชักจูงว่าเป็นการทดสอบการอ่านภาษาอังกฤษ แต่จริง ๆ แล้ว จุดประสงค์คือการสังเกตว่า เราจะอ่าน ครบทุกตัวอักษร หรือไม่ เช่น คำที่เริ่มบรรทัดด้วยตัว “a” อาจถูกอ่านข้ามเพราะความรีบ หรือเพราะสายตาเราไปโฟกัสกับตัวอักษรที่ถูกทำเป็นสีแดงและสีน้ำเงิน สิ่งที่กรรมการต้องการไม่ใช่การตอบว่าในข้อความมี กี่สี หรือ คำไหนเป็นสีแดง แต่ต้องการดูว่าเราจะ อ่านตกหล่น หรือไม่ และเมื่อถูกชี้ให้เห็นความผิดพลาด เราจะ รับมือกับความกดดัน ได้อย่างไร One common interview technique is the attention to detail test. For example, the interviewer may place a short text on …

to become a pilot เตรียมตัวเป็นนักบิน

สมาธิและการจัดการความกดดัน

Focus and Pressure Management หลายครั้งที่ผู้เข้าสอบตอบโจทย์ไม่ได้ ไม่ใช่เพราะไม่รู้ แต่เพราะ ความกดดันทำให้เสียสมาธิ ตัวเลขง่าย ๆ จึงกลายเป็นโจทย์ยากขึ้นมาทันที นักบินที่ดีต้องสามารถจัดการความตื่นเต้น ควบคุมจังหวะหายใจ และรักษาสมาธิในการคิด Many candidates fail not because they lack knowledge, but because pressure breaks their concentration. Simple numbers suddenly become difficult problems. A good pilot must manage stress, control breathing, and maintain focus when performing mental math. เทคนิคเล็ก ๆ Quick Tips การฝึกฝนให้ได้ผลจริง Effective …