SAF Sustainable Aviation Fuel

SAF: เชื้อเพลิงการบินแห่งอนาคต ทางออกของอุตสาหกรรมการบินสู่โลกที่ยั่งยืน

ENGLISH version click here ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา เครื่องบินพาณิชย์ทั่วโลกใช้น้ำมันเชื้อเพลิงประเภท Jet Fuel หรือ Jet A-1 เป็นแหล่งพลังงานหลัก แม้เครื่องยนต์ไอพ่นสมัยใหม่จะมีประสิทธิภาพสูงขึ้นเรื่อย ๆ แต่ปริมาณการเดินทางทางอากาศที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้อุตสาหกรรมการบินยังคงเป็นหนึ่งในภาคส่วนที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับสูง ด้วยเหตุนี้ อุตสาหกรรมการบินทั่วโลกจึงกำลังมองหาแนวทางลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และหนึ่งในเทคโนโลยีที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในปัจจุบันคือ SAF (Sustainable Aviation Fuel) หรือ เชื้อเพลิงการบินแบบยั่งยืน หลายฝ่ายมองว่า SAF คือ “สะพานเชื่อม” ระหว่างการบินในปัจจุบันกับการบินไร้มลพิษในอนาคต SAF คืออะไร? SAF หรือ Sustainable Aviation Fuel คือเชื้อเพลิงสำหรับอากาศยานที่ผลิตจากวัตถุดิบหมุนเวียนหรือของเสียต่าง ๆ แทนการใช้น้ำมันดิบจากฟอสซิล แม้จะมีแหล่งกำเนิดต่างจากน้ำมันเครื่องบินแบบดั้งเดิม แต่ SAF ถูกออกแบบให้มีคุณสมบัติทางเคมีใกล้เคียงกับ Jet A-1 มากที่สุด ข้อสำคัญคือ SAF สามารถนำมาใช้กับเครื่องบินและเครื่องยนต์ปัจจุบันได้โดยแทบไม่ต้องดัดแปลงระบบใด ๆ จึงถูกเรียกว่า “Drop-in Fuel” หมายถึงสามารถเติมลงในระบบเชื้อเพลิงเดิมได้ทันที …

Sustainable Aviation Fuel

Aircraft New Technology

เทคโนโลยีใหม่ในอากาศยาน บทนำ การบินถือเป็นอุตสาหกรรมที่ผสมผสานระหว่างศาสตร์และศิลป์ของวิศวกรรม เทคโนโลยี และการจัดการอย่างซับซ้อน ตลอดกว่าศตวรรษที่ผ่านมา เทคโนโลยีการบินได้ก้าวหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง จากยุคเครื่องบินไม้ผ้าใบ มาสู่เครื่องบินเจ็ตความเร็วสูง และในปัจจุบันกำลังเข้าสู่ยุคของความยั่งยืนและระบบดิจิทัล เทคโนโลยีใหม่ไม่เพียงแต่ทำให้การเดินทางปลอดภัยและสะดวกสบายขึ้น แต่ยังตอบโจทย์ความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมและต้นทุนการดำเนินงานที่สายการบินทั่วโลกต้องเผชิญ เทคโนโลยีสำคัญที่น่าจับตามอง 1. Sustainable Aviation Fuel (SAF)เชื้อเพลิงการบินที่ผลิตจากแหล่งพลังงานทดแทน เช่น พืชพลังงาน ของเสียอินทรีย์ หรือแม้กระทั่งน้ำมันใช้แล้ว SAF สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 80% เมื่อเทียบกับ Jet A-1 เชื้อเพลิงแบบดั้งเดิม ปัจจุบันสายการบินใหญ่ ๆ เริ่มทยอยนำมาใช้มากขึ้น 2. More Electric Aircraft (MEA)แนวคิดการแทนที่ระบบไฮดรอลิกและนิวเมติกด้วยระบบไฟฟ้า เช่น ปั๊มไฮดรอลิกไฟฟ้า ระบบเบรกไฟฟ้า หรือแม้กระทั่งเครื่องยนต์เสริมพลังงานไฟฟ้า (Electric Taxiing) สิ่งนี้ช่วยลดน้ำหนัก ลดการซ่อมบำรุง และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน 3. Composite Materialsโครงสร้างเครื่องบินยุคใหม่ เช่น Boeing 787 และ Airbus A350 …