SAREX 2026: เรากำลังทดสอบ “ความพร้อมของระบบ” หรือเพียง “ความพร้อมของการฝึก”?

SAREX26 Aviation Explained by Capt.Sopon P. (1)
SAREX26 Aviation Explained by Capt.Sopon P. (1)

การค้นหาและช่วยเหลืออากาศยานประสบภัย (Search and Rescue: SAR) เป็นหนึ่งในภารกิจที่สำคัญที่สุดของระบบการบินพลเรือน เพราะเมื่อเกิดอุบัติเหตุหรือเหตุฉุกเฉิน ทุกนาทีอาจหมายถึงโอกาสในการช่วยชีวิตผู้ประสบภัย

สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ได้กำหนดจัดการฝึกซ้อมการค้นหาและช่วยเหลืออากาศยานประสบภัย ประจำปี 2569 (SAREX 2026) ระหว่างวันที่ 26–28 สิงหาคม 2569 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทบทวนความพร้อมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พัฒนาการประสานงาน และทดสอบการตอบสนองต่อเหตุการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งนับเป็นกิจกรรมที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบความปลอดภัยการบินของประเทศ

https://www.facebook.com/share/p/1HFETpK39D

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าการจัดการฝึก คือคำถามว่า

เรากำลังทดสอบ “ความพร้อมของระบบ” (System Readiness) หรือเพียง “ความพร้อมของบุคลากรที่เข้าร่วมการฝึก” (Personnel Readiness)

คำถามนี้ไม่ได้มีเจตนาวิพากษ์วิจารณ์การฝึกครั้งใดเป็นการเฉพาะ แต่เป็นคำถามเชิงวิชาการที่หลายประเทศใช้เป็นหลักในการออกแบบและประเมินผลการฝึกด้านการจัดการภาวะฉุกเฉิน

เมื่อ “การฝึก” แตกต่างจาก “การสาธิต”

ในหลายประเทศ การฝึกค้นหาและช่วยเหลือมีหลายระดับ ตั้งแต่ Table Top Exercise (TTX) ไปจนถึง Full Scale Exercise (FSX)

แม้ Full Scale Exercise จะใช้กำลังพล ยานพาหนะ อากาศยาน และอุปกรณ์จริง แต่หัวใจสำคัญไม่ได้อยู่ที่การนำอุปกรณ์ออกมาแสดง หากอยู่ที่การทดสอบว่า ระบบทั้งหมดสามารถตอบสนองต่อเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดได้จริงหรือไม่

หากทุกหน่วยทราบรายละเอียดของเหตุการณ์ล่วงหน้า ทราบเวลาที่จะได้รับการแจ้ง เตรียมกำลังพลและอุปกรณ์พร้อมรออยู่ ณ จุดปฏิบัติการ และเพียงรอให้ผู้ควบคุมการฝึกส่งสัญญาณเริ่มต้น การฝึกในลักษณะดังกล่าวย่อมช่วยให้ทุกหน่วยได้ทบทวนขั้นตอนการปฏิบัติ แต่ก็อาจไม่ได้สะท้อนสมรรถนะของระบบภายใต้แรงกดดันและข้อจำกัดที่เกิดขึ้นจริง

ในเหตุการณ์จริง รถพยาบาลไม่ได้จอดรออยู่หน้าพื้นที่เกิดเหตุ เครื่องบินค้นหาไม่ได้ติดเครื่องรอคำสั่ง และเรือค้นหาก็ไม่ได้ผูกเชือกรอออกเดินทาง ทุกหน่วยต้องผ่านกระบวนการรับแจ้งเหตุ ประเมินสถานการณ์ จัดกำลัง เตรียมอุปกรณ์ ประสานงาน และเคลื่อนย้ายเข้าสู่พื้นที่ ซึ่งแต่ละขั้นตอนล้วนใช้เวลาและมีโอกาสเกิดความล่าช้า

หากกระบวนการเหล่านี้ไม่ได้ถูกทดสอบ สิ่งที่เราทราบอาจเป็นเพียงว่า “ทุกคนปฏิบัติตามแผนได้” แต่ยังไม่สามารถตอบได้ว่า “ระบบพร้อมรับมือเหตุการณ์จริงมากน้อยเพียงใด”

ตัวชี้วัดที่สำคัญ ไม่ใช่เพียง “ทำได้” แต่คือ “ใช้เวลานานเท่าใด”

หนึ่งในตัวชี้วัดสำคัญของการปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลือคือ Response Time และ Coordination Time

คำถามที่ควรถูกนำมาประเมิน ได้แก่

  • ใช้เวลากี่นาทีตั้งแต่รับแจ้งเหตุจนถึงการแจ้งเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  • ใช้เวลากี่นาทีในการแต่งตั้ง On-Scene Commander
  • ใช้เวลากี่นาทีในการจัดตั้งจุดบัญชาการ (Incident Command Post)
  • ใช้เวลากี่นาทีในการส่งทรัพยากรชุดแรกเข้าสู่พื้นที่
  • มีหน่วยงานใดเป็นคอขวดของการประสานงานหรือไม่

หากไม่สามารถวัดเวลาในแต่ละขั้นตอน เราจะทราบได้อย่างไรว่าระบบสามารถตอบสนองได้รวดเร็วเพียงพอเมื่อเกิดเหตุการณ์จริง

ระบบที่ดี ต้องถูกทดสอบภายใต้ “ความไม่แน่นอน”

ในทางการจัดการภาวะฉุกเฉินและการบริหารวิกฤต มีแนวคิดสำคัญเรื่อง Friction หรือ “แรงเสียดทานของการปฏิบัติการ” ซึ่งหมายถึงปัญหาและอุปสรรคที่ทำให้ทุกอย่างไม่เป็นไปตามแผน

ตัวอย่างเช่น

  • ระบบสื่อสารขัดข้อง
  • พิกัดเหตุการณ์คลาดเคลื่อน
  • สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงกะทันหัน
  • เส้นทางเข้าพื้นที่ถูกปิด
  • เครื่องมือบางส่วนใช้งานไม่ได้
  • มีข้อมูลผู้ประสบภัยเพิ่มเติมระหว่างปฏิบัติการ
  • สื่อมวลชนและประชาชนหลั่งไหลเข้าสู่พื้นที่
  • หน่วยงานหลายแห่งได้รับข้อมูลไม่ตรงกัน

สถานการณ์เหล่านี้ไม่ใช่สิ่งผิดปกติ แต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นประจำในเหตุการณ์จริง

การฝึกที่ดีจึงควรมี Injects หรือเหตุการณ์แทรกที่ถูกออกแบบไว้ เพื่อทดสอบความสามารถในการวิเคราะห์ การตัดสินใจ และการประสานงานของทุกหน่วยงาน ไม่ใช่เพียงการปฏิบัติตามลำดับขั้นตอนที่กำหนดไว้ล่วงหน้า

อีกหนึ่งคำถามสำคัญ: “ใคร” เป็นผู้ตัดสินใจเมื่อเกิดเหตุจริง?

ประเด็นที่ไม่ค่อยถูกพูดถึง แต่มีความสำคัญอย่างยิ่ง คือ โครงสร้างการตัดสินใจ (Decision-Making Authority)

แม้ว่าประเทศไทยจะมีแผนการค้นหาและช่วยเหลืออากาศยานประสบภัยแห่งชาติ มีการกำหนดบทบาทของหน่วยงานต่าง ๆ และมีคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ขนาดใหญ่ที่มีหลายหน่วยงานเข้ามาเกี่ยวข้อง คำถามสำคัญคือ

ใครคือผู้มีอำนาจตัดสินใจสูงสุดในแต่ละช่วงของเหตุการณ์?

ในบางสถานการณ์ อาจมีบทบาทของผู้ว่าราชการจังหวัด ในบางกรณีอาจเป็นหน่วยงานด้านความมั่นคง หรือในเหตุการณ์ที่มีผลกระทบในวงกว้างอาจเกี่ยวข้องกับรัฐบาลระดับชาติ

ประเด็นสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่ “มีผู้รับผิดชอบหรือไม่” แต่อยู่ที่ สายการบังคับบัญชามีความชัดเจนเพียงใด และผู้ที่ต้องตัดสินใจมีข้อมูลที่ถูกต้องและทันเวลาหรือไม่

การตัดสินใจที่ล่าช้า หรือการที่หลายหน่วยงานเข้าใจบทบาทของตนไม่ตรงกัน อาจส่งผลต่อการใช้ทรัพยากร การช่วยเหลือผู้ประสบภัย และการบริหารสถานการณ์โดยรวม

ผู้ตัดสินใจ ไม่จำเป็นต้องรู้ทุกเรื่อง แต่ต้องเข้าถึงองค์ความรู้ที่ถูกต้อง

อีกประเด็นที่ควรพิจารณาคือ ความรู้ของผู้ตัดสินใจ

อีบุ๊ค ระบบบริหารความปลอดภัยการบิน
อีบุ๊ค ระบบบริหารความปลอดภัยการบิน

ไม่มีใครสามารถเชี่ยวชาญทุกด้านได้ โดยเฉพาะเหตุการณ์อากาศยานประสบภัยที่เกี่ยวข้องกับการบิน การแพทย์ฉุกเฉิน การค้นหาและกู้ภัย การบริหารภัยพิบัติ การสื่อสาร และการบริหารจัดการวิกฤต

คำถามจึงไม่ใช่ว่า

“ผู้บัญชาการรู้ทุกอย่างหรือไม่”

แต่คือ

“ผู้บัญชาการมีทีมที่ปรึกษาที่สามารถให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และทันเวลาหรือไม่”

On-Scene Commander จำเป็นต้องได้รับข้อมูลและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญในหลายสาขา เพื่อให้สามารถตัดสินใจได้อย่างเหมาะสมภายใต้ข้อจำกัดของเวลาและข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

ดังนั้น การฝึกที่ดีควรทดสอบไม่เพียงการสั่งการ แต่รวมถึงกระบวนการสนับสนุนการตัดสินใจ (Decision Support) ด้วย เช่น การไหลของข้อมูล การวิเคราะห์สถานการณ์ การประเมินทางเลือก และการให้คำแนะนำเชิงเทคนิคแก่ผู้บัญชาการในพื้นที่

สิ่งที่ Evaluator ควรประเมิน

นอกจากการปฏิบัติตามแผนแล้ว ผู้ประเมินควรพิจารณาประเด็นต่าง ๆ เช่น

  • การตัดสินใจเป็นไปตามข้อมูลหรือเป็นไปตามความเคยชิน
  • การประสานงานระหว่างหน่วยงานมีความต่อเนื่องเพียงใด
  • สายการบังคับบัญชามีความชัดเจนหรือเกิดความซ้ำซ้อน
  • ระบบสื่อสารสามารถรองรับเหตุการณ์ได้หรือไม่
  • การบริหารข้อมูลข่าวสารและการสื่อสารกับสาธารณะมีประสิทธิภาพเพียงใด
  • เมื่อเกิดเหตุการณ์แทรก ระบบสามารถปรับตัวได้รวดเร็วเพียงใด
  • หลังการฝึก มีการสรุปบทเรียนและกำหนดมาตรการแก้ไขที่นำไปปฏิบัติได้จริงหรือไม่
Thumbnail Seller Link
รอบรู้เรื่องการบิน
Capt.Sopon P.
www.mebmarket.com
หนังสือเล่มเดียวที่ทุกคนในอุตสาหกรรมการบินควรมีติดตัว ไม่ว่าคุณจะเป็นนักเรียน นักบิน วิศวกร เจ้าหน้าที่ควบคุมจราจรทางอากาศ บุคลากรสายการบิน หรือผู้หลง…
Get it now

บทสรุป

SAREX ไม่ควรเป็นเวทีที่ทุกหน่วยงานมุ่งแสดงให้เห็นว่า “เราพร้อม”

แต่ควรเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ระบบค้นพบว่า “เรายังไม่พร้อมในเรื่องใด”

การค้นพบจุดอ่อนระหว่างการฝึก ไม่ใช่ความล้มเหลว แต่คือความสำเร็จของการฝึก เพราะจุดอ่อนที่ถูกค้นพบในสนามฝึก ย่อมดีกว่าจุดอ่อนที่ถูกค้นพบในวันที่มีผู้ประสบภัยรอการช่วยเหลือจริง

สุดท้ายแล้ว เป้าหมายของ SAREX ไม่ใช่การทำให้การฝึกผ่านไปอย่างราบรื่น หากแต่คือการสร้างความเชื่อมั่นว่า เมื่อเกิดเหตุการณ์จริง ระบบค้นหาและช่วยเหลือของประเทศจะสามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และช่วยชีวิตผู้ประสบภัยได้มากที่สุด

นั่นคือความหมายที่แท้จริงของการฝึกซ้อมค้นหาและช่วยเหลืออากาศยานประสบภัย

อีบุ๊ค ระบบบริหารความปลอดภัยการบิน
อีบุ๊ค ระบบบริหารความปลอดภัยการบิน
ENGLISH version Dark Side of Aviation
ENGLISH version “Dark Side of Aviation”
เวอร์ชั่นภาษาไทย

787 A350 accident Airbus aircraft airline Air Traffic Control airworthiness ATC aviation Aviation SMS B787 become a captain become a pilot Boeing captain CAT Crisis Crisis Management emergency engine fatigue flight safety FRMS go-around Indigo interview investigation management pilot safety Safety Management System SMS student pilot swiss cheese technology training turbulence weather การจัดการความปลอดภัย การบิน การสอบสัมภาษณ์ ความปลอดภัย สอบนักบิน เรียนจากข่าว

ที่ปรึกษาส่วนบุคคล personal advice
คำแนะนำส่วนบุคคล personal advice