4 เสาหลักของ SMS
- นโยบายและวัตถุประสงค์ด้านความปลอดภัย (Safety Policy and Objectives)
- การบริหารความเสี่ยงด้านความปลอดภัย (Safety Risk Management – SRM)
- การประกันความปลอดภัย (Safety Assurance – SA)
- การส่งเสริมความปลอดภัย (Safety Promotion – SP)
อ่านเน้น ๆ แบบไม่สะดุด กับอีบุ๊ค
|
|
|
12 องค์ประกอบภายใต้ 4 เสาหลัก
1. นโยบายและวัตถุประสงค์ด้านความปลอดภัย
1.1 ความมุ่งมั่นและความรับผิดชอบของฝ่ายบริหาร – ผู้บริหารระดับสูงต้องแสดงความมุ่งมั่นและยึดมั่นว่าความปลอดภัยคือค่านิยมหลัก
1.2 ความรับผิดชอบด้านความปลอดภัย (Safety Accountabilities) – กำหนดหน้าที่ บทบาท และอำนาจความรับผิดชอบที่ชัดเจน
1.3 การแต่งตั้งบุคลากรสำคัญด้านความปลอดภัย – เช่น Safety Manager และเจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัยที่เกี่ยวข้อง
1.4 การประสานงานด้านแผนตอบสนองภาวะฉุกเฉิน (ERP) – การจัดทำ ทดสอบ และบำรุงรักษาแผน ERP ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
1.5 เอกสารของ SMS (SMS Documentation) – เช่น นโยบาย คู่มือ ขั้นตอน และบันทึกต่าง ๆ ที่สนับสนุนการดำเนินงาน SMS
2. การบริหารความเสี่ยงด้านความปลอดภัย (SRM)
2.1 การระบุอันตราย (Hazard Identification) – การค้นหาอันตรายจากการปฏิบัติการ ข้อมูล รายงาน และแนวโน้ม
2.2 การประเมินและการบรรเทาความเสี่ยง (Risk Assessment and Mitigation) – การวิเคราะห์ความน่าจะเป็น/ความรุนแรง และกำหนดมาตรการควบคุม
3. การประกันความปลอดภัย (SA)
3.1 การติดตามและการวัดผลการปฏิบัติด้านความปลอดภัย – การเก็บและวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อวัดผลตาม Safety Performance Indicators (SPIs)
3.2 การจัดการการเปลี่ยนแปลง (Management of Change) – ประเมินผลกระทบด้านความปลอดภัยก่อนมีการเปลี่ยนแปลงการดำเนินงานหรือโครงสร้าง
3.3 การปรับปรุงอย่างต่อเนื่องของ SMS – การตรวจประเมินภายใน การทบทวน และการแก้ไขป้องกัน
4. การส่งเสริมความปลอดภัย (SP)
4.1 การฝึกอบรมและการศึกษา – จัดให้มีการอบรมความปลอดภัยและพัฒนาความรู้ความสามารถของบุคลากร
4.2 การสื่อสารด้านความปลอดภัย – ถ่ายทอดข้อมูล ข่าวสาร และบทเรียนด้านความปลอดภัยให้ทุกระดับในองค์กร
✅ นี่คือโครงสร้างมาตรฐานของ SMS ตามที่ ICAO กำหนด ใช้กันในสายการบิน สนามบิน ผู้ให้บริการการบิน และองค์กรซ่อมบำรุงทั่วโลก
Safety Management System
In the Safety Management System (SMS), ICAO defines the framework with 4 pillars that contain 12 elements. Here’s the structured breakdown:
4 Pillars of SMS
- Safety Policy and Objectives
- Safety Risk Management (SRM)
- Safety Assurance (SA)
- Safety Promotion (SP)
12 Elements under the 4 Pillars
1. Safety Policy and Objectives
1.1 Management Commitment and Responsibility – Top management demonstrates commitment, establishes safety as a core value.
1.2 Safety Accountabilities – Clear roles, responsibilities, and authorities for safety across the organization.
1.3 Appointment of Key Safety Personnel – Designation of Safety Manager and supporting safety staff.
1.4 Coordination of Emergency Response Planning (ERP) – Developing, maintaining, and testing ERP with relevant stakeholders.
1.5 SMS Documentation – Safety policy, manuals, procedures, records to support SMS implementation.
2. Safety Risk Management (SRM)
2.1 Hazard Identification – Systematic identification of hazards from operations, data, reports, and trends.
2.2 Safety Risk Assessment and Mitigation – Analyzing likelihood/severity of risks and developing controls/mitigations.
3. Safety Assurance (SA)
3.1 Safety Performance Monitoring and Measurement – Collecting and analyzing data to measure safety performance indicators (SPIs).
3.2 Management of Change – Assessing safety impacts before introducing operational/organizational changes.
3.3 Continuous Improvement of SMS – Internal audits, safety reviews, corrective/preventive actions.
4. Safety Promotion (SP)
4.1 Training and Education – Providing safety training, awareness, and competency development for staff.
4.2 Safety Communication – Ensuring safety information, lessons learned, and safety data are shared across all levels.
✅ This structure (4 pillars, 12 elements) is the ICAO standard SMS framework used worldwide in airlines, ANSPs, airports, and maintenance organizations.
ทำไม SMS จึงสำคัญที่สุดในยุคนี้
จากระบบความปลอดภัยแบบตั้งรับ สู่ยุคการจัดการความเสี่ยงเชิงรุกของอุตสาหกรรมการบิน
บทนำ: ความปลอดภัยการบินในโลกที่ซับซ้อนขึ้นทุกวัน
การบินพาณิชย์เติบโตแบบก้าวกระโดดในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา
เครื่องบินมีความซับซ้อนมากขึ้น อากาศยานรุ่นใหม่เต็มไปด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องยนต์แรงสูง วัสดุผสม และระบบควบคุมการบินที่ใช้ซอฟต์แวร์จำนวนมากกว่าระบบกลไกแบบเดิมหลายเท่า
ปริมาณเที่ยวบินทั่วโลกเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 4–5% ก่อนยุคโควิด และกลับมาฟื้นตัวอย่างรวดเร็วหลังปี 2022 จน ICAO คาดว่าปริมาณเที่ยวบินจะ “เกินระดับปี 2019” ภายในปี 2025
ในบริบทเช่นนี้ ความปลอดภัยไม่สามารถพึ่งพา
- ความชำนาญของนักบิน
- ประสบการณ์ของช่างซ่อมบำรุง
- ความรอบคอบของพนักงานอำนวยการบิน
เพียงอย่างเดียวได้อีกต่อไป
อุตสาหกรรมซับซ้อนเกินกว่า “โชค” หรือ “ความเก่งของบุคคล” จะสามารถรับประกันความปลอดภัยได้
นี่คือเหตุผลที่ระบบ Safety Management System (SMS) กลายเป็น “เสาหลัก” ของความปลอดภัยในอุตสาหกรรมการบินยุคใหม่
1. Human Error: ความผิดพลาดของมนุษย์เป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้
สาเหตุของอุบัติเหตุส่วนใหญ่ในอดีต—แม้จะมีเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้น—ยังคงมีรากมาจาก “มนุษย์”
รายงานจาก Boeing ระบุว่า 50–60% ของอุบัติเหตุทางอากาศ เกี่ยวข้องกับ Human Error
Human Error ไม่ใช่ความผิดของใครคนหนึ่ง
แต่คือการที่ “ระบบรวมทั้งหมด” ไม่สามารถป้องกันความผิดพลาดเล็ก ๆ
ให้ไม่ลุกลามจนกลายเป็นอุบัติเหตุได้
มนุษย์มีข้อจำกัดด้าน
- ความเหนื่อยล้า (Fatigue)
- ความสามารถในการประมวลข้อมูลจำนวนมาก
- ความเครียด
- Cognitive Bias
- ความผิดพลาดภายใต้เวลาจำกัด
การพึ่งพา “คนที่เก่ง” ไม่สามารถป้องกันอุบัติเหตุในระบบที่ซับซ้อนได้อีกต่อไป
จำเป็นต้องมี “ระบบ” ที่คอยพยุง ป้องกัน และแจ้งเตือนความเสี่ยง—นี่คือแก่นของ SMS
2. Proactive Risk Management
จากระบบ “ตั้งรับ” สู่การมองเห็นความเสี่ยงก่อนเกิดจริง
ก่อนมี Annex 19 แนวคิดความปลอดภัยส่วนใหญ่เป็นแบบ
- Reactive — รออุบัติเหตุเกิดก่อนจึงแก้ไข
- Compliance-based — ทำตามข้อกำหนดเพื่อให้ผ่านการตรวจ
แต่ในยุคนี้ ถ้ารอให้เกิดอุบัติเหตุก่อน ค่าความเสียหายจะสูงจนยอมรับไม่ได้
ในปีหนึ่ง ๆ อุบัติเหตุเพียงครั้งเดียวอาจสร้างความเสียหาย
หลัก พันล้านบาท หรือกระทบชื่อเสียงองค์กรแบบกู้คืนยาก
สิ่งที่ SMS เปลี่ยน
- Commitment — เริ่มจากผู้นำองค์กร
- Hazard Identification — ทำอย่างเป็นระบบ
- Risk Assessment — วิเคราะห์ความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง
- Safety Assurance — ตรวจวัดว่าความปลอดภัย “ดีขึ้นจริงไหม?”
- Safety Promotion — สร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยในทุกระดับ
เป็นครั้งแรกที่อุตสาหกรรมการบินมี “ระบบจัดการความเสี่ยงเชิงรุกแบบครบวงจร”
ตัวอย่างกรณีศึกษา
Alaska Airlines ใช้ FDM + SMS วิเคราะห์พฤติกรรม Approach Hard Landing
→ ปรับ Training
→ ลด Runway Excursion มากกว่า 40% ภายใน 5 ปี
นี่คือตัวอย่างคลาสสิกของ Proactive Safety ที่ช่วยชีวิตผู้โดยสารหลายร้อยคน โดยไม่มีใครรู้
3. Data-driven Decision Making
ยุคที่ข้อมูลคืออาวุธของความปลอดภัย
ก่อนปี 2000 ข้อมูลด้านความปลอดภัยถูกเก็บเป็นกระดาษจำนวนมาก
แต่ไม่ได้นำมาวิเคราะห์อย่างจริงจัง
ปัจจุบันข้อมูลความปลอดภัยกระจายอยู่ในหลายแหล่ง เช่น
- Flight Data Monitoring (FDM/FOQA)
- ACARS
- Maintenance Reports
- Weather Data
- ATC Logs
- Ramp & Ground Handling Reports
การนำข้อมูลจากหลายระบบมาวิเคราะห์ร่วมกัน ทำให้สามารถ
- ค้นพบ Trend ที่ซ่อนอยู่
- ตรวจจับพฤติกรรมเสี่ยงก่อนเกิดเหตุ
- ปรับนโยบายหรือ Training ได้ตรงจุด
ตัวอย่างจริง
Delta Airlines นำข้อมูล Maintenance Error มาวิเคราะห์เชิงสถิติ
→ พบว่าความผิดพลาดเกิดขึ้นสูงช่วงกะกลางคืน
→ เพิ่ม Cross-check & Automation
→ ลด Maintenance Error ลงกว่า 30%
ข้อมูลไม่เคยโกหก
และองค์กรที่ใช้ข้อมูลอย่างจริงจัง มีระดับความปลอดภัยสูงกว่าหลายเท่า

4. Safety Culture
ความปลอดภัยไม่ใช่หน้าที่ของ Safety Manager แต่คือ “ความรับผิดชอบของทุกคน”
นี่คือหัวใจแท้จริงของ SMS—Culture ไม่ใช่ Documents
องค์กรการบินที่มีความปลอดภัยสูงสุดในโลก เช่น
- Singapore Airlines
- Qantas
- Emirates
- Cathay Pacific
ต่างมี Safety Culture เข้มแข็งในทุกระดับ
ตั้งแต่ผู้บริหาร ไปจนถึงพนักงานภาคพื้น
แนวคิดสำคัญคือ
✔ Just Culture
รายงานข้อผิดพลาดโดยไม่โดนลงโทษ (ยกเว้นเจตนาร้าย/ละเมิดวินัย)
✔ Reporting Culture
เหตุการณ์ Near Miss 1 ครั้ง = ป้องกันอุบัติเหตุได้ 100 ครั้ง
✔ Learning Culture
องค์กรเรียนรู้และปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
✔ Informed Culture
ทุกคนเข้าถึงข้อมูลความปลอดภัยเท่าที่ควรจะเข้าถึง
องค์กรที่มีวัฒนธรรมความปลอดภัยดี จะมี “ภูมิคุ้มกัน” การเกิดอุบัติเหตุสูงมาก
5. บทบาทของกฎหมาย: ICAO Annex 19 และ SSP
เมื่อ SMS ไม่ใช่ตัวเลือก แต่เป็นข้อกำหนดระดับโลก
Annex 19 (ประกาศใช้ 2013) ทำให้อุตสาหกรรมการบินทั่วโลกต้อง
- ใช้ SMS
- เชื่อมโยงกับ State Safety Programme (SSP)
- รายงานความเสี่ยงอย่างโปร่งใส
- ติดตาม Safety Performance Indicator (SPI) และ Target (SPT)
ประเทศที่มี SSP แข็งแรง (เช่น สิงคโปร์ ออสเตรเลีย สหรัฐฯ)
มีสถิติอุบัติเหตุต่ำกว่าประเทศที่ระบบความปลอดภัยยังไม่สมบูรณ์เป็น 3 เท่า
นี่แสดงให้เห็นว่า “ประเทศ” ที่มีระบบ SMS แข็งแรง มีผลโดยตรงต่อความปลอดภัยของ “สายการบิน”
6. ผลลัพธ์ที่พิสูจน์แล้ว: SMS ช่วยลดอุบัติเหตุจริง
ICAO Safety Report, IATA และรายงานของรัฐต่าง ๆ สรุปตรงกันว่า
องค์กรที่มี SMS ที่ใช้งานจริง (Effective SMS) อัตราอุบัติเหตุลดลงมากกว่า 50% ภายในเวลา 5–10 ปี
ตัวอย่างที่เด่นชัด ได้แก่
- FAA → ลด Runway Incursion โดยรวม 24% หลังบังคับใช้ SMS + Data Sharing
- Japan Airlines → ลด Pilot Deviation 60% ภายใน 7 ปี
- Eurocontrol → ลด ATC Operational Error อย่างต่อเนื่องหลังการใช้ Safety Risk Management Framework
ผลลัพธ์เหล่านี้ไม่ใช่แค่ทฤษฎี แต่เป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้ในสนามจริง
5 เหตุผลที่ SMS เป็นเสาหลักความปลอดภัยยุคใหม่
- อุตสาหกรรมซับซ้อนเกินกว่าความชำนาญส่วนบุคคล
- Human Error เกิดได้เสมอ ต้องมีระบบป้องกัน
- การจัดการความเสี่ยงต้องเชิงรุก ไม่ใช่ตั้งรับ
- การตัดสินใจต้องใช้ข้อมูลจริง ไม่ใช่ความรู้สึก
- ความปลอดภัยเป็นวัฒนธรรม ไม่ใช่เอกสาร
ตัวอย่าง Hazard เชิงระบบในยุคนี้
- Automation Dependency
- Fatigue ใน Flight Ops และ Maintenance
- Runway Safety (อันดับ 1 ของอุบัติเหตุ)
- Weather Extreme จาก Climate Change
- Cybersecurity ด้าน Air Traffic และ Aircraft Systems
แต่ละ Hazard ไม่สามารถจัดการโดยคนคนเดียว ต้องใช้ SMS ทั้งระบบเข้ามาร่วมทำงาน
Timeline: พัฒนาการของระบบความปลอดภัยสู่ SMS
1950–1970 → ความปลอดภัยแบบเทคนิค (Technical Safety)
1990s → Swiss Cheese Model, Human Factors
2000–2005 → ICAO Safety Programme, Doc 9859
2006–2010 → Fragmented SMS
2010 → HLSC วางแนวทาง Annex ใหม่
2013 → Annex 19 Edition 1
ปัจจุบัน → SMS + SSP + Data-driven Safety + Predictive Analytics
สรุปบท
SMS ไม่ใช่ “ระบบใหม่” แต่คือ “การเปลี่ยนวิธีคิดด้านความปลอดภัยทั้งอุตสาหกรรม”
จากเดิมที่รออุบัติเหตุเกิดก่อน แล้วค่อยแก้ไข
สู่ระบบที่
- ป้องกัน
- คาดการณ์
- วิเคราะห์
- สร้างวัฒนธรรม
- ใช้ข้อมูลจริง
พร้อมทำให้ “ทุกคน” ในองค์กรรู้สึกว่า “ความปลอดภัยเป็นหน้าที่ของฉัน”
นี่คือเหตุผลว่าทำไม
Safety Management System คือหัวใจของความปลอดภัยการบินยุคปัจจุบัน และเป็นเสาหลักที่ไม่มีใครสามารถหลีกเลี่ยงได้อีกต่อไป

|
|
|
หนังสือการบิน ทางลัดสู่ความเข้าใจที่นำไปใช้งานจริง
|
|
|
|
|
|

|
|
|
|
|
|
|
|
|
A320 accident Airbus aircraft airline airmanship attitude aviation Aviation SMS become a captain become a pilot Boeing captain Crisis Crisis Management Dark Aviation Dark Side diversion emergency engine fatigue flight safety go-around Indigo interview judgement management motivation pilot pilot interview qualified pilot safety Safety Management System self-knowledge SMS student pilot technology turbulence weather การจัดการความปลอดภัย การบิน การสอบสัมภาษณ์ นักบิน สอบนักบิน สอบสัมภาษณ์
ขายดีที่สุด
|
|
|


