การประนีประนอมด้านความปลอดภัย When Safety Becomes Negotiable

การประนีประนอมด้านความปลอดภัย

When Safety Becomes Negotiable — And Operational Survival Wins เมื่อความอยู่รอดเริ่มชนะความถูกต้อง Read an ENGLISH version click here ในตำราการบิน บทแรกมักเริ่มต้นด้วยประโยคคลาสสิกที่ว่า“Safety is our first priority.” ในห้องประชุมของสายการบินทุกแห่งประโยคนี้ถูกพูดซ้ำครั้งแล้วครั้งเล่า จนกลายเป็นคำประกาศที่ทุกองค์กรภาคภูมิใจ แต่ในความเป็นจริงของสนามบินยามเช้า ในศูนย์ควบคุมปฏิบัติการที่เต็มไปด้วยไฟลต์ดีเลย์ ในโรงซ่อมที่ช่างซ่อมต้องแข่งกับเวลา หรือในตารางบินที่แน่นจนเกินมนุษย์จะพักผ่อนได้เต็มที่… คำว่า “ความปลอดภัยมาก่อน” มักถูกแปลความหมายใหม่อย่างเงียบ ๆ ในอุดมคติ ความปลอดภัยไม่ควรถูกต่อรองแต่ในโลกธุรกิจของการบิน ทุกสิ่งมีต้นทุน—เวลามีต้นทุน การดีเลย์มีต้นทุน การซ่อมมากเกินจำเป็นก็มีต้นทุน และที่สำคัญที่สุดคือ ความไว้วางใจของผู้โดยสารมีต้นทุนสูงจนสายการบินจำนวนมากเลือกวิธี “ทำให้ดูปลอดภัย” แทนการทำให้ “ปลอดภัยจริง” และช่องว่างเล็ก ๆ นี้เองที่การประนีประนอมเริ่มก่อตัว เมื่อการประนีประนอมเกิดแบบไม่ตั้งใจ ความประนีประนอมด้านความปลอดภัยส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากคนไม่ดี ไม่ได้เกิดจากคนอยากโกง หรืออยากข้ามกฎ แต่เกิดจากสภาพแวดล้อมที่บังคับให้คนต้อง “เลือกสิ่งที่พอรับได้” แทนที่จะเลือก “สิ่งที่ถูกต้องที่สุด” ลองนึกภาพเหตุการณ์ง่าย ๆ …

A320 Assembly Process

พบปัญหาใหม่ในแผงโครงสร้างลำตัว Airbus A320

Read ENGLISH version here 🚚 ผลกระทบทันที — ส่งมอบล่าช้า, ตรวจสอบอากาศยาน 📉 ผลกระทบต่อตลาด / อุตสาหกรรม ✅ สิ่งที่ทราบแล้ว และสิ่งที่ยังไม่ชัดเจน สิ่งที่ทราบ สิ่งที่ยังไม่ชัดเจน / อยู่ระหว่างตรวจสอบ ปัญหาเกิดจาก “คุณภาพแผงโครงสร้างลำตัว” ที่ผลิตโดย supplier และแหล่งที่มาถูกระบุแล้ว จำนวนเครื่องบินที่ได้รับผลเต็ม — ว่ามีกี่ลำ (นอกจาก “หลายสิบลำ”) และจะมีลำไหนบ้าง เครื่องบินที่อยู่ในสายการผลิตได้รับผล — ส่งมอบล่าช้า ยังไม่ชัดว่าในโรงซ่อม/โรงผลิต จะต้องแก้ไขเฉพาะแผงที่มีปัญหา หรือมีผลกระทบถึงโครงสร้างโดยรวม Airbus ตรวจสอบทุกเครื่องที่อาจได้รับผล และยืนยันว่า “แผงใหม่เป็นไปตามข้อกำหนด” ยังไม่ชัดว่า Airbus จะปรับมาตรฐาน QC / Supplier‑management อย่างไรในระยะยาว 🧑‍✈️ มุมมองสำหรับ “นักบิน / ผู้เกี่ยวข้องด้านการปฏิบัติการบิน” อ่านเรื่องเครื่องบินแอร์บัส เอ320 …

การเป็นโคไพลอตที่ดี

Co-pilot ในดวงใจ

(เรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับปี 2016 ในหนังสือ A Pilot Part II) แม้ว่าปัจจุบันผมจะไม่ได้ทำการบินแล้ว แต่ก็ไม่รู้ทำไมอยู่ ๆ วันนี้ ผมก็นึกถึงหัวข้อว่า “co-pilot ในดวงใจ” ที่เคยเขียนไว้ตั้งแต่หลายปีก่อนขึ้นมานักบินผู้ช่วยแบบไหนกันนะ ที่กัปตันอย่างเราจะอยากบินด้วย? เขาควรมีคุณสมบัติอย่างไร? “ในยุคสมัยนี้ กับนักบินรุ่นใหม่ ๆ ในปัจจุบัน เรียกว่า รุ่นลูกที่เป็นคลื่นลูกใหม่ทางการบินแล้ว กัปตันก็เป็นกัปตันรุ่นใหม่ๆ บรรยากาศการทำงานในห้องนักบินก็คงจะเปลี่ยนไปเยอะแล้ว แต่เชื่อเถอะว่า ในใจของกัปตันไม่ว่าจะเก่าหรือใหม่ มีบ้างนะที่จะคิดแบบนี้” โดยนิสัยส่วนตัว ผมเป็นคนไม่ค่อยเรื่องมาก ไม่ได้ตั้งเงื่อนไขว่า co-pilot ที่บินด้วยต้องเป็นคนแบบนั้นแบบนี้ถึงจะทำงานด้วยกันได้ แต่ถ้าถามว่า “แบบไหนที่ผมอยากบินด้วยมากที่สุด?” ก็คงตอบแบบนี้ครับ “ไม่ต้องรู้ใจ… แต่ต้องรู้งาน” นักบินใหม่หลายคนมักคิดว่า ถ้ายิ้มให้บ่อย ๆ ทำตัวให้ถูกใจ ทำอะไรก็เอาใจกัปตันไว้ก่อน แบบนั้นจะทำงานง่ายกว่า ผมเข้าใจนะ เพราะทุกคนอยากให้บรรยากาศบนเครื่องราบรื่น แต่พูดตรง ๆ เลยครับ—ถ้ามาเอาใจมากเกินไป ผมรำคาญ สิ่งที่ผมอยากเห็นไม่ใช่ “การรู้ใจ” แต่คือ “การรู้งาน” การทำงานบนพื้นฐานของกฎ …

I'm your captain speaking

กัปตันจอมฝืด

สมัยที่ผมยังเป็นโคไพลอต ผมเป็นคนหนึ่งที่ ไม่เคย หนีกัปตันที่ขึ้นชื่อว่า “ดุ” หรือ “จุกจิก” เลย

ไม่เคยขอแลกไฟล์ท ไม่เคยกลัวชื่อเสียงคำล่ำลือของกัปตันแต่ละท่านที่ได้ยินมาล่วงหน้าอะไรทั้งนั้น เพราะผมคิดเสมอว่า—ถ้าเปิดใจให้กว้างพอ เรามักจะเห็นด้านดี ๆ ของกัปตันที่ใครหลายคนบอกว่า “น่ากลัว” อยู่เสมอ

What is airworthiness directive?

Airworthiness Directive (AD) คืออะไร? ทำไมสำคัญมากในความปลอดภัยการบิน

Read the English version here Airworthiness Directive (AD) คือ คำสั่งความปลอดภัยบังคับ ที่ออกโดยหน่วยงานกำกับดูแล เช่น จุดประสงค์ของ AD คือ แก้ไขปัญหาด้านความปลอดภัยที่มีความร้ายแรง เช่น ชิ้นส่วนอาจขัดข้อง, ระบบอาจล้มเหลว, โครงสร้างอาจมีตำหนิที่เสี่ยงต่อการสูญเสียความสามารถในการบิน พูดง่ายๆ:AD = คำสั่งที่บังคับให้ผู้ดำเนินการแก้ไข “ความเสี่ยงที่ไม่สามารถยอมรับได้” เพื่อให้เครื่องบินยังคงปลอดภัย ประเภทของ Airworthiness Directive โดยทั่วไป AD แบ่งได้เป็น 3 กลุ่มหลัก, แต่ขึ้นกับหน่วยงาน เช่น FAA/EASA จะมีรายละเอียดคล้ายกัน 1) Emergency AD (EAD) – เร่งด่วน ตัวอย่าง 2) Immediate Adopted Rule / Final Rule AD (บังคับภายในกรอบกำหนด) 3) Notice …

judgement-decision-making

Judgement vs. Decision-Making: ความต่างที่ดูเล็กน้อย…แต่สร้างผลลัพธ์ใหญ่ในงานการบิน

Read ENGLISH version here ในอุตสาหกรรมการบิน ความผิดพลาดเล็ก ๆ น้อย ๆ สามารถกระทบความปลอดภัยของผู้โดยสาร เครื่องบิน ทรัพยากร และชื่อเสียงองค์กรได้ในพริบตา สิ่งที่ทำให้ระบบการบินมีความปลอดภัยสูงที่สุดระบบหนึ่งในโลก ไม่ได้เกิดจากเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก วิธีคิดและทักษะในการประเมินสถานการณ์และตัดสินใจของมนุษย์ ซึ่งแบ่งออกได้เป็นสองส่วนสำคัญ คือ Judgement และ Decision-Making แม้สองคำนี้จะมาคู่กันเสมอ แต่แก่นของมันต่างกันอย่างชัดเจน และเมื่อเข้าใจแล้ว คุณจะเห็นว่า ไม่เพียงแต่ช่วยให้บินได้ดีขึ้น แต่ยังช่วยพัฒนาความเป็นผู้นำในทุกด้านด้วย 1) Judgement: การมองสถานการณ์ให้ “ถูกต้อง” ก่อนคิดจะตัดสินใจ Judgement คือความสามารถในการประเมินสถานการณ์อย่างมีวิจารณญาณ ใช้ความรู้ ประสบการณ์ และการรับรู้ (situational awareness) เพื่อทำความเข้าใจว่า “ตอนนี้จริง ๆ แล้วเกิดอะไรขึ้น” และ “อะไรคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในสถานการณ์นี้” Judgement เกิดจาก 3 องค์ประกอบหลัก 1. ข้อมูล (Information) มีข้อมูลมากพอหรือไม่? ข้อมูลถูกต้องหรือไม่? …

Diversion การเปลี่ยนจุดหมายปลายทาง

Diversion: การตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางบิน และสิ่งที่เกิดขึ้นเบื้องหลัง

การบินพาณิชย์ทุกเที่ยวบินถูกวางแผนมาอย่างละเอียด ทั้งเส้นทาง อากาศ เชื้อเพลิง และกฎด้านเวลา แต่ความจริงคือสภาพแวดล้อมของการบินมีปัจจัยที่เปลี่ยนได้ตลอดเวลา บางครั้ง “แผนเดิม” อาจไม่ใช่แผนที่ปลอดภัยที่สุดในปัจจุบันอีกต่อไป และนั่นคือเหตุผลที่นักบินต้องตัดสินใจ Diversion หรือการเปลี่ยนสนามบินไปลงที่อื่น หลายคนอาจคิดว่า Diversion คือ “ความผิดพลาด” หรือ “นักบินพาไปลงผิดที่”แต่ในความเป็นจริง Diversion คือ การตัดสินใจที่เป็นมืออาชีพที่สุด เพราะเกิดจากการประเมินความเสี่ยงอย่างรอบด้านเพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้โดยสารและลูกเรือ บทความนี้จะอธิบายครบทุกแง่มุม ตั้งแต่สาเหตุ ขั้นตอน ผลกระทบ ไปจนถึงข้อจำกัดด้านกฎหมายที่หลายคนไม่เคยรู้มาก่อน Read in ENG click here 1) ทำไมเครื่องบินต้อง Diversion? สาเหตุสามารถแบ่งออกเป็น 5 กลุ่มใหญ่ ซึ่งครอบคลุมแทบทุกสถานการณ์ที่นักบินเจอในสนามจริง 1.1 สภาพอากาศ (Weather) เป็นเหตุผลอันดับหนึ่งของ Diversion แม้เทคโนโลยีจะก้าวหน้า แต่ “ธรรมชาติ” คือปัจจัยที่คาดเดาไม่ได้ที่สุด ถ้าสนามไม่ปลอดภัย นักบิน ห้ามลง แม้จะเหลือแค่ไม่กี่นาทีจะถึงสนามปลายทางก็ตาม 1.2 เครื่องบินขัดข้อง (Technical …

Unstable Aircraft Approach

Unstable Approach คืออะไร

Read in ENGLISH click here Unstable Approach การร่อนลงที่ไม่เสถียร (Unstable Approach) คือสถานการณ์ที่เครื่องบินไม่สามารถรักษาเกณฑ์ของ Stabilized Approach ได้ภายในระดับความสูงที่กำหนด เช่น 1,000 ฟุตใน IMC หรือ 500 ฟุตใน VMC ซึ่งหมายถึงเครื่องไม่ได้อยู่ในความเร็ว เส้นทาง หรือการตั้งค่าที่เหมาะสมสำหรับการลงจอดอย่างปลอดภัยAn Unstable Approach occurs when an aircraft fails to meet the required stabilized-approach criteria at the defined gate — typically 1,000 ft AGL in IMC or 500 ft AGL in VMC …

แผนตอบสนองเหตุฉุกเฉินและการจัดการภาวะวิกฤติ ERP & Crisis Management System

บทเรียนจากเหตุการณ์น้ำท่วม

(จากมุมมอง ERP และ Crisis Management สำหรับองค์กรด้านการบิน) ENGLISH version click here อุทกภัยเป็นหนึ่งในเหตุการณ์วิกฤติที่ “คาดการณ์ได้ล่วงหน้า” มากที่สุด แต่ทุกปีผลกระทบกลับไม่เหมือนกัน เพราะขึ้นอยู่กับความพร้อม การสื่อสาร และการประสานงานขององค์กร ด้านล่างนี้คือบทเรียนสำคัญที่สกัดจากการปฏิบัติจริงและหลักการ ERP & Crisis Management 1) ต้องมี Trigger ที่ชัดเจนสำหรับการแจ้งเตือนล่วงหน้า (Early Detection) บทเรียน: หลายองค์กรรับมือช้า เพราะไม่กำหนดเกณฑ์การประกาศเตือนที่ชัดเจน ควรทำ: เหตุผล: น้ำท่วมเกิดแบบค่อยเป็นค่อยไป → มีเวลาเตรียมตัว ถ้าตรวจจับเร็วพอ 2) ความล้มเหลวด้านการสื่อสาร คือรากเหง้าของปัญหาเกือบทุกวิกฤติ บทเรียน: เมื่อมีน้ำท่วม ระบบการสื่อสารหลายช่องทางมักล่มหรือขัดข้อง ควรปรับปรุง: เหตุผล:ในวิกฤติ ความสามารถไม่สำคัญเท่า การมีข้อมูลร่วมกันแบบ Real-Time 3) การเข้าถึงสถานที่ (Access) เป็น Pain Point ใหญ่ในน้ำท่วม …

ERP and Crisis Management

ERP: Emergency Response Plan & Crisis Management

แผนตอบสนองเหตุฉุกเฉิน และการจัดการภาวะวิกฤติในองค์กรการบิน ENGLISH version Click here ในอุตสาหกรรมการบิน ทุกเหตุการณ์ที่ผิดปกติ—even a small deviation—สามารถขยายตัวเป็นเหตุร้ายแรงได้ หากไม่มีการรับมืออย่างเป็นระบบ ความพร้อมด้าน ERP (Emergency Response Plan) และ Crisis Management จึงไม่ใช่ “เอกสารที่ทำไว้ตามกฎ” แต่เป็น “ขีดความสามารถขององค์กร” ที่ต้องมีจริง ใช้ได้จริง และทดสอบได้จริง ERP คือหัวใจของการบริหารความปลอดภัย (Safety Management System: SMS) และเป็นตัวชี้วัดว่าองค์กรให้ความสำคัญกับ ชีวิต, ความปลอดภัยของผู้โดยสารและลูกเรือ, ความต่อเนื่องของปฏิบัติการ, และความเชื่อมั่นของสาธารณะมากแค่ไหน What is ERP? ERP (Emergency Response Plan) คือ “ชุดกระบวนการและโครงสร้างการปฏิบัติงาน” ที่กำหนดไว้ล่วงหน้า เพื่อให้ทุกฝ่ายรู้ว่าต้องทำอะไร เมื่อเกิดเหตุที่เกินขีดความสามารถของการปฏิบัติการปกติ เช่น: ERP จึงเป็น “Blueprint” ของการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินขององค์กร …