ย้อนกลับไปก่อนเข้าสู่เส้นทางนักบินฝึกหัด การสอบคัดเลือกนักเรียนทุนในอดีตมีข้อกำหนดบางอย่างแตกต่างจากปัจจุบัน เช่น อายุและความสามารถด้านภาษาอังกฤษ แต่หลักการทั่วไปคือ ปริญญาตรีสาขาใดก็ได้
เพื่อนร่วมรุ่นของผมจบมาหลากหลายสาขา ตั้งแต่สัตวแพทย์ วิศวกรรม สถาปัตยกรรม นิเทศศาสตร์ ฯลฯ
ขั้นตอนการสอบคัดเลือก (ปี 1992)
การสอบแบ่งเป็น 5 ขั้นตอนหลัก ดังนี้
- สมัครและตรวจคุณสมบัติ
- ข้อกำหนดสมัยนั้นคือ หากผ่านทุกขั้นตอนแล้ว จะไม่สามารถสมัครสอบใหม่อีกในชีวิตนี้
- ปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลง เช่น ต้องรอ 3–5 ปี ขึ้นอยู่กับขั้นตอนที่ผ่าน
- สอบข้อเขียน
- วิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และภาษาอังกฤษ
- ปัจจุบันมีการเพิ่ม aptitude test เพื่อวัดความถนัดด้านต่าง ๆ เช่น short-term memory, spatial orientation, multi-tasking
- ตรวจร่างกาย
- ทำที่สถาบันเวชศาสตร์การบิน กองทัพอากาศ
- สอบสัมภาษณ์กับกัปตันการบินไทย
- รอบนี้สำคัญมากสำหรับวัด บุคลิกภาพ ความมั่นใจ และความรู้ทั่วไป
- ตัวผมเองเคยตอบคำถามกัปตันไม่รู้เรื่องเครื่องบินเลย แต่โชคดีที่สามารถอธิบายสิ่งที่เขียนในใบสมัคร เช่น sense of direction ได้ถูกจุด
- Aptitude Test สุดท้าย (สอบ “professor”)
- ทำกับนักจิตวิทยาจาก Scandinavian Institute of Aviation Psychology (SIAP)
- การสอบแบ่งเป็น 2 วัน: paper test และสอบตัวต่อตัว
- รอบนี้วัดทั้ง ความจำ, พื้นฐานพฤติกรรมทางสังคม, spatial orientation, การแก้ไขสถานการณ์กะทันหัน
ประสบการณ์ของผม
ตอนสอบสัมภาษณ์ในขั้นตอนที่ 4 ผมไม่มีความมั่นใจเลย เพราะไม่เคยรู้เรื่องเครื่องบินมาก่อน กัปตันถามเกี่ยวกับเครื่องบิน ผมตอบไม่ถูก แต่โชคดีที่สามารถอธิบายเรื่อง ทิศทางและการอ่านแผนที่ ได้อย่างมั่นใจ ซึ่งตรงกับการวัด Spatial Orientation ของนักบิน
การสอบรอบสุดท้ายถือเป็น ด่านหิน สำหรับทุกคน แต่ผมกลับสนุกมาก เพราะได้เรียนรู้ว่าอาชีพนักบินนั้นมีมิติให้ศึกษามากมาย
จากกว่าพันคนที่สมัคร รอบสุดท้ายมีผู้ผ่านเพียง 14 คน
ใคร ๆ ก็บินได้จริงหรือ?
คำตอบสั้น ๆ คือ ไม่ใช่ทุกคน
แม้ทุกคนจะมีความฝัน แต่การเป็นนักบินต้องผ่าน การคัดเลือกเข้มข้นหลายชั้น ทั้งด้านร่างกาย ความรู้ ความสามารถเฉพาะด้าน และทัศนคติ
ประสบการณ์และการสอบรอบต่าง ๆ สอนให้รู้ว่า การเป็นนักบินพาณิชย์ไม่ใช่เรื่องง่าย และไม่ใช่ใครก็ทำได้เหมือนกัน
Becoming a Commercial Pilot: Can “Anyone Fly” Really Be True?
Before stepping into pilot training, candidates for the student pilot scholarship faced a rigorous selection process. While the exact requirements have changed over time—such as age limits and English proficiency—the core principle remains: a bachelor’s degree in any field is acceptable.
In my cohort, classmates came from diverse backgrounds: veterinary science, engineering, architecture, communication arts, and more.
The Selection Process (Back in 1992)
The selection process consisted of five main stages:
- Application and Eligibility Check
- At that time, once you completed all stages, you were not allowed to reapply in your lifetime.
- Today, the rules vary; you may need to wait 3–5 years depending on how far you progressed in the previous attempt.
- Written Exam
- Covered mathematics, science, and English.
- Modern tests often include aptitude assessments, measuring short-term memory, spatial orientation, and multitasking skills.
- Medical Examination
- Conducted at the Air Force Institute of Aviation Medicine.
- Interview with Thai Airways Captains
- This stage evaluates personality, confidence, and general knowledge.
- I remember struggling to answer technical questions about aircraft, but I could explain my claim of “sense of direction” in my application, which reflected my ability to read maps and navigate confidently in unfamiliar terrain.
- Final Aptitude Test (“Professor Test”)
- Conducted by psychologists from the Scandinavian Institute of Aviation Psychology (SIAP).
- Lasted two days: a paper-based test and one-on-one interviews.
- Assessed memory, social behavior, spatial orientation, stress response, and problem-solving skills.
My Experience
During the fourth stage interview, I felt completely unprepared because I had no prior knowledge of aircraft. But I managed to explain my sense of direction confidently, which aligned with the evaluation of spatial orientation—an essential skill for pilots.
The final “professor” stage was the toughest yet most fascinating part of the process. It revealed how multidimensional a pilot’s role really is, far beyond just flying an airplane.
From over a thousand initial applicants, only 14 candidates successfully made it through to the end.
Can Anyone Really Become a Pilot?
The short answer is no.
While many people dream of flying, becoming a commercial pilot requires passing multiple rigorous assessments of physical ability, knowledge, specific skills, and attitude.
The experience and evaluation at each stage underscore an essential truth: being a commercial pilot is challenging, and not everyone can do it.
Key Takeaways for Aspiring Pilots
- Solid Foundations Matter: Mathematics, physics, and English form the backbone of aviation knowledge.
- Continuous Learning is Essential: Aviation rules, technologies, and procedures evolve constantly; a pilot must never stop studying.
- Discipline and Resilience: The journey is long and demanding, but perseverance shapes a professional pilot.
- The Right Mindset: A great pilot is measured not by rank or aircraft type but by professionalism, teamwork, and prioritizing safety at all times.
✈️ “Flying is a dream, but becoming a pilot is a journey. It requires preparation, focus, and resilience. Few will reach the cockpit, but every challenge along the way is part of the adventure.”
-

เมื่อ “ล้อหน้า” ของเครื่องบินพับขณะจอด เกิดขึ้นได้อย่างไร?
จากรายงานเบื้องต้น Lufthansa ยืนยันว่า Boeing 787-9 เกิดเหตุ Nose Landing Gear พับขณะจอดที่ Gate ในสนามบิน Frankfurt ระหว่างเตรียมเที่ยวบิน LH450 ไป Los Angeles โดยยังไม่มีผู้โดยสารขึ้นเครื่อง แต่มีลูกเรือและเจ้าหน้าที่ภาคพื้นบางส่วนได้รับบาดเจ็บ ขณะนี้ Boeing, Lufthansa และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังสอบสวนหาสาเหตุอยู่ และยังไม่มีข้อสรุปอย่างเป็นทางการใด ๆ (Reuters) เหตุการณ์ที่เครื่องบิน Boeing 787 ของ Lufthansa เกิด Nose Landing Gear Collapse ขณะจอดที่ Gate ในสนามบิน Frankfurt ทำให้หลายคนสงสัยว่า “เครื่องบินจอดนิ่ง ๆ อยู่ ทำไมล้อหน้าถึงพับได้?” แม้ว่าสาเหตุของเหตุการณ์ครั้งนี้ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน แต่ในโลกการบินนั้น การที่ Landing Gear ยุบตัวหรือพับขณะจอด สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย และไม่ได้หมายความเสมอไปว่าโครงสร้างล้อเกิดการหักหรือชำรุดโดยตรง Landing…
-

GPS และภัยคุกคามจาก GPS Spoofing
ENGLISH version click here ในอดีต นักบินต้องอาศัยแผนที่ เข็มทิศ และสถานีวิทยุภาคพื้นดินในการนำทาง แต่ปัจจุบันเครื่องบินส่วนใหญ่ทั่วโลกใช้ระบบดาวเทียมนำร่อง หรือ GPS (Global Positioning System) เป็นเครื่องมือหลักในการกำหนดตำแหน่ง ความเร็ว และเส้นทางบิน GPS ช่วยให้เครื่องบินสามารถบินได้อย่างแม่นยำ ประหยัดเชื้อเพลิง และเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทางทางอากาศ แต่เทคโนโลยีที่มีประโยชน์อย่างมากนี้ กำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งสำคัญจากสิ่งที่เรียกว่า “GPS Spoofing” GPS ทำงานอย่างไร? GPS เป็นระบบที่ใช้ดาวเทียมหลายดวงโคจรรอบโลก หลักการทำงานมีดังนี้ โดยทั่วไป เครื่องบินต้องรับสัญญาณจากดาวเทียมอย่างน้อย 4 ดวงเพื่อคำนวณ ข้อมูลเหล่านี้จะถูกส่งต่อไปยังระบบต่าง ๆ เช่น GPS สำคัญต่อการบินอย่างไร? ปัจจุบันสายการบินทั่วโลกใช้ระบบนำร่องแบบ Performance-Based Navigation (PBN) ซึ่งรวมถึง ระบบเหล่านี้ช่วยให้เครื่องบิน ✅ บินตามเส้นทางที่แม่นยำกว่าเดิม ✅ ลดระยะทางบิน ✅ ลดการใช้น้ำมัน ✅ ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ✅ เพิ่มความจุของห้วงอากาศ…
-

ทำไมห้องอาบน้ำบนเครื่องบินถึงเป็นเรื่องยาก?
ตัวอย่างที่โด่งดังที่สุดคือห้องอาบน้ำบน Airbus A380 ของ Emirates ซึ่งเรียกว่า “Shower Spa” บนพื้นดิน การสร้างห้องอาบน้ำเป็นเรื่องธรรมดา แต่บนเครื่องบินมีข้อจำกัดหลายด้าน 1. น้ำหนัก (Weight) น้ำหนักคือศัตรูของการบิน น้ำ 1 ลิตร หนักประมาณ 1 กิโลกรัม หากต้องเตรียมน้ำสำหรับผู้โดยสารจำนวนมาก จะเพิ่มน้ำหนักเครื่องบินอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้นห้องอาบน้ำบน A380 จึงมีการจำกัดปริมาณน้ำอย่างเคร่งครัด ผู้โดยสารแต่ละคนจะได้รับเวลาอาบน้ำจริงเพียงประมาณ 5 นาที แม้ว่าจะใช้ห้องได้ยาวนานกว่านั้น 2. การเคลื่อนที่ของน้ำ น้ำที่เคลื่อนที่ในถังขนาดใหญ่ (Free Surface Effect) สามารถเปลี่ยนจุดศูนย์ถ่วงของเครื่องบินได้ วิศวกรจึงต้องออกแบบ เพื่อลดผลกระทบต่อการทรงตัวของเครื่องบิน 3. ระบบระบายน้ำ น้ำจากฝักบัวไม่สามารถปล่อยออกนอกร่างเครื่องได้ จึงต้องมี น้ำทุกหยดต้องถูกเก็บไว้จนเครื่องบินลงจอด ข้อกำหนดด้านความปลอดภัยเพิ่มเติม ห้องน้ำขนาดใหญ่ใน First Class มักมีข้อกำหนดพิเศษ พื้นต้องกันลื่น เนื่องจากเครื่องบินอาจเกิด แม้ในขณะผู้โดยสารกำลังอาบน้ำ จึงใช้วัสดุที่ผ่านการทดสอบการลื่นไถลโดยเฉพาะ จุดจับยึด (Handholds)…
-

ความลับของ ห้องน้ำบนเครื่องบิน
ENGLISH version click here เมื่อพูดถึงเครื่องบิน คนส่วนใหญ่มักนึกถึงเครื่องยนต์ ปีก ระบบนำร่อง หรือห้องนักบิน แต่มีอีกระบบหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน นั่นคือ “ห้องน้ำบนเครื่องบิน” (Aircraft Lavatory) แม้จะเป็นพื้นที่เล็กที่สุดบนเครื่อง แต่หากระบบห้องน้ำเกิดปัญหา อาจส่งผลกระทบต่อความสะดวกสบายของผู้โดยสาร การปฏิบัติการของลูกเรือ และในบางกรณีอาจถึงขั้นต้องเปลี่ยนเส้นทางบินหรือยกเลิกเที่ยวบินได้เลย ก่อนจะมีระบบสุญญากาศ ห้องน้ำบนเครื่องบินเป็นอย่างไร? ในยุคแรกของการบินพาณิชย์ เครื่องบินบางรุ่นไม่มีห้องน้ำเลย เนื่องจากเที่ยวบินมีระยะสั้น ต่อมาเมื่อมีการบินระยะไกล ห้องน้ำแบบแรก ๆ ใช้ระบบคล้ายรถไฟหรือรถบ้าน โดยใช้สารเคมีและถังเก็บของเสียธรรมดา จนกระทั่งมีการพัฒนาระบบ Vacuum Toilet หรือห้องน้ำสุญญากาศ ซึ่งกลายเป็นมาตรฐานในเครื่องบินสมัยใหม่แทบทุกลำ ทำไมเวลากดชักโครกถึงมีเสียงดังมาก? หลายคนตกใจเมื่อกดชักโครกบนเครื่องบิน เพราะจะได้ยินเสียง “วู๊ช!” ดังมากกว่าห้องน้ำทั่วไปหลายเท่า สาเหตุไม่ได้เกิดจากแรงดันอากาศดูดคนลงไปอย่างที่หลายคนเข้าใจผิด แต่เกิดจากระบบ Vacuum System ที่ใช้แรงดูดสุญญากาศดึงของเสียจากโถสุขภัณฑ์เข้าสู่ท่อและถังเก็บอย่างรวดเร็ว ข้อดีคือ โดยแต่ละครั้งใช้น้ำเพียงไม่กี่ร้อยมิลลิลิตร เทียบกับห้องน้ำตามบ้านที่อาจใช้น้ำหลายลิตรต่อการกดหนึ่งครั้ง ของเสียหายไปไหน? คำถามยอดฮิตคือ “ของเสียถูกปล่อยทิ้งกลางอากาศหรือไม่?” คำตอบคือ “ไม่” ของเสียทั้งหมดจะถูกดูดเข้าสู่ Waste Holding…
-

ระบบไฟฟ้า: หัวใจอีกดวงของเครื่องบินที่สำคัญไม่แพ้เครื่องยนต์
ENGLISH version click here เมื่อพูดถึงเครื่องบิน คนส่วนใหญ่มักนึกถึงเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ที่สร้างแรงขับมหาศาลพาเครื่องบินทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า แต่ในความเป็นจริงแล้ว ยังมีอีกระบบหนึ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการบิน นั่นคือ ระบบไฟฟ้า (Aircraft Electrical System) หากเปรียบเครื่องยนต์เป็น “หัวใจ” ที่สูบฉีดพลังงานให้เครื่องบินเคลื่อนที่ ระบบไฟฟ้าก็เปรียบเสมือน “ระบบประสาท” ที่เชื่อมโยงและควบคุมการทำงานของทุกส่วนบนเครื่องบิน ในเครื่องบินยุคใหม่ หากระบบไฟฟ้าขัดข้องอย่างรุนแรง ผลกระทบอาจรุนแรงจนทำให้เครื่องบินสูญเสียระบบสำคัญหลายอย่างพร้อมกัน แม้ว่าเครื่องยนต์จะยังทำงานอยู่ก็ตาม ทำไมเครื่องบินจึงต้องมีระบบไฟฟ้า? ไฟฟ้าถูกใช้ในเกือบทุกระบบของเครื่องบิน ไม่ว่าจะเป็น กล่าวได้ว่า เครื่องบินสมัยใหม่แทบทุกระบบต้องพึ่งพาพลังงานไฟฟ้า ไฟฟ้ามาจากไหน? หลายคนเข้าใจผิดว่าเครื่องบินใช้แบตเตอรี่เป็นแหล่งพลังงานหลัก ความจริงแล้ว แบตเตอรี่เป็นเพียงแหล่งพลังงานสำรองเท่านั้น แหล่งผลิตไฟฟ้าหลักมาจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Generator) ที่ติดตั้งอยู่กับเครื่องยนต์ เมื่อเครื่องยนต์หมุน เครื่องบินโดยสารขนาดใหญ่ส่วนมากจะมี Generator หลายตัวเพื่อเพิ่มความปลอดภัย ตัวอย่างเช่น เครื่องบินสองเครื่องยนต์ จึงมีระบบสำรองหลายชั้นหากเกิดความขัดข้อง APU ผู้ช่วยสำคัญด้านพลังงาน หลายคนเคยได้ยินคำว่า APU หรือ Auxiliary Power Unit APU คือเครื่องยนต์กังหันขนาดเล็กที่ติดตั้งอยู่บริเวณท้ายเครื่องบิน หน้าที่สำคัญคือ จึงถือเป็น “โรงไฟฟ้าขนาดเล็ก”…
-

“ข้อปฏิบัตินักบินใหม่” นักบินฝึกหัด ต้องเข้าใจเรื่องนี้
English version click here ความเสี่ยงจาก Discipline, Skills, Proficiency และ Experience การเป็นนักบินไม่ใช่เพียงการเรียนรู้วิธีบังคับเครื่องบินให้ขึ้นและลงจอดได้เท่านั้น แต่เป็นกระบวนการพัฒนาความรู้ ทักษะ วินัย และประสบการณ์อย่างต่อเนื่อง ในความเป็นจริง อุบัติเหตุทางการบินจำนวนมากไม่ได้เกิดจากเครื่องบินขัดข้อง แต่เกิดจาก “มนุษย์” โดยเฉพาะนักบินที่ยังมีประสบการณ์น้อย หรือประเมินความสามารถของตนเองสูงเกินไป สำหรับนักบินฝึกหัด (Student Pilot) และนักบินใหม่ (Low Time Pilot) ความเสี่ยงหลักมักเกี่ยวข้องกับ 4 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ 1. Discipline – วินัยคือเกราะป้องกันอุบัติเหตุ นักบินที่มีทักษะดีแต่ขาดวินัย อาจเป็นอันตรายมากกว่านักบินที่มีประสบการณ์น้อยแต่ปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัด ตัวอย่างพฤติกรรมที่มักนำไปสู่ความเสี่ยง ✘ ไม่ตรวจสภาพอากาศอย่างละเอียด ✘ ละเลย Preflight Inspection ✘ ไม่คำนวณน้ำหนักและสมดุล (Weight & Balance) ✘ บินต่ำเพื่อความสนุก ✘ ฝ่าฝืนข้อกำหนดหรือ SOP…
-

SAF: เชื้อเพลิงการบินแห่งอนาคต ทางออกของอุตสาหกรรมการบินสู่โลกที่ยั่งยืน
ENGLISH version click here ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา เครื่องบินพาณิชย์ทั่วโลกใช้น้ำมันเชื้อเพลิงประเภท Jet Fuel หรือ Jet A-1 เป็นแหล่งพลังงานหลัก แม้เครื่องยนต์ไอพ่นสมัยใหม่จะมีประสิทธิภาพสูงขึ้นเรื่อย ๆ แต่ปริมาณการเดินทางทางอากาศที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้อุตสาหกรรมการบินยังคงเป็นหนึ่งในภาคส่วนที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับสูง ด้วยเหตุนี้ อุตสาหกรรมการบินทั่วโลกจึงกำลังมองหาแนวทางลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และหนึ่งในเทคโนโลยีที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในปัจจุบันคือ SAF (Sustainable Aviation Fuel) หรือ เชื้อเพลิงการบินแบบยั่งยืน หลายฝ่ายมองว่า SAF คือ “สะพานเชื่อม” ระหว่างการบินในปัจจุบันกับการบินไร้มลพิษในอนาคต SAF คืออะไร? SAF หรือ Sustainable Aviation Fuel คือเชื้อเพลิงสำหรับอากาศยานที่ผลิตจากวัตถุดิบหมุนเวียนหรือของเสียต่าง ๆ แทนการใช้น้ำมันดิบจากฟอสซิล แม้จะมีแหล่งกำเนิดต่างจากน้ำมันเครื่องบินแบบดั้งเดิม แต่ SAF ถูกออกแบบให้มีคุณสมบัติทางเคมีใกล้เคียงกับ Jet A-1 มากที่สุด ข้อสำคัญคือ SAF สามารถนำมาใช้กับเครื่องบินและเครื่องยนต์ปัจจุบันได้โดยแทบไม่ต้องดัดแปลงระบบใด ๆ จึงถูกเรียกว่า “Drop-in Fuel” หมายถึงสามารถเติมลงในระบบเชื้อเพลิงเดิมได้ทันที…
-

คำแนะนำสำหรับนักเดินทางบนเครื่องบิน
ENGLISH version click here สิ่งที่ควรทำ สิ่งที่ไม่ควรทำ และวิธีเอาตัวรอดในกรณีฉุกเฉิน หลายคนเดินทางโดยเครื่องบินเป็นประจำ แต่มีผู้โดยสารจำนวนไม่น้อยที่ไม่เคยให้ความสนใจกับการสาธิตอุปกรณ์นิรภัยก่อนเครื่องบินออกเดินทาง เพราะคิดว่า “บินมาหลายครั้งแล้ว” อย่างไรก็ตาม อุบัติเหตุทางการบินแม้จะเกิดขึ้นน้อยมาก แต่เมื่อเกิดขึ้นจริง ผู้โดยสารที่รู้วิธีปฏิบัติตัวอย่างถูกต้องมักมีโอกาสรอดชีวิตสูงกว่าผู้ที่ไม่ทราบขั้นตอนต่าง ๆ นักบินและลูกเรือจึงไม่ได้ให้คำแนะนำเหล่านี้เพียงเพื่อทำตามระเบียบ แต่เป็นข้อมูลที่อาจช่วยชีวิตคุณและคนที่คุณรักได้ ก่อนเครื่องบินออกเดินทาง 1. ฟังคำแนะนำด้านความปลอดภัยทุกครั้ง แม้ว่าคุณจะเคยบินมาหลายสิบหรือหลายร้อยครั้ง แต่เครื่องบินแต่ละแบบมีตำแหน่งอุปกรณ์ฉุกเฉินแตกต่างกัน เช่น ควรดูบัตรคำแนะนำด้านความปลอดภัย (Safety Card) ที่อยู่ในช่องเก็บเอกสารหน้าที่นั่งทุกครั้ง 2. นับจำนวนแถวไปยังทางออกฉุกเฉินที่ใกล้ที่สุด หากเกิดควันหนาแน่นหรือไฟดับ คุณอาจมองไม่เห็นทางออก การทราบว่า “ทางออกอยู่ข้างหน้า 5 แถว” หรือ “อยู่ด้านหลัง 3 แถว” อาจช่วยให้คุณคลำทางออกได้แม้ในสภาพที่มองไม่เห็น 3. เก็บสัมภาระให้เรียบร้อย สัมภาระที่วางเกะกะอาจ ระหว่างทำการบิน 1. คาดเข็มขัดนิรภัยตลอดเวลาที่นั่งอยู่ แม้สัญญาณรัดเข็มขัดจะดับแล้ว นักบินอาจไม่สามารถตรวจพบ Turbulence บางประเภทได้ล่วงหน้า โดยเฉพาะ ผู้โดยสารจำนวนมากได้รับบาดเจ็บจากการลอยกระแทกเพดานห้องโดยสารเพราะไม่ได้คาดเข็มขัด คำแนะนำที่ดีที่สุดคือ คาดเข็มขัดหลวม…
-

กระเป๋าถือขึ้นเครื่อง กับ กระเป๋าโหลดใต้ท้องเครื่อง ต่างกันอย่างไร?
หนึ่งในเรื่องที่ผู้โดยสารมือใหม่ควรทำความเข้าใจตั้งแต่ก่อนเดินทาง คือการแยกความแตกต่างระหว่างกระเป๋า 2 ประเภทหลักที่ใช้ในการเดินทางทางอากาศ ได้แก่ Carry-on Baggage หรือ กระเป๋าถือขึ้นห้องโดยสาร และ Checked Baggage หรือ กระเป๋าโหลดใต้ท้องเครื่อง การเลือกใส่สิ่งของผิดประเภทอาจทำให้ถูกยึดสิ่งของที่ด่านตรวจความปลอดภัย เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม หรือเกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินได้ Carry-on Baggage คืออะไร? Carry-on Baggage คือกระเป๋าที่ผู้โดยสารนำติดตัวขึ้นไปบนเครื่องบิน และเก็บไว้ในห้องโดยสาร (Cabin) โดยปกติสายการบินจะกำหนดน้ำหนักและขนาดไว้ เช่น (อาจแตกต่างกันในแต่ละสายการบิน) กระเป๋าประเภทนี้จะถูกเก็บไว้ สิ่งของที่ควรใส่ใน Carry-on Baggage เนื่องจากกระเป๋าอยู่กับผู้โดยสารตลอดเวลา จึงเหมาะสำหรับสิ่งของสำคัญ เช่น เอกสารสำคัญ ของมีค่า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ยาประจำตัว โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรพกยาติดตัวไว้เสมอ ไม่ควรโหลดใต้ท้องเครื่อง ทำไม Power Bank ต้องถือขึ้นเครื่อง? นี่เป็นคำถามที่เจ้าหน้าที่สนามบินถูกถามบ่อยที่สุด Power Bank ใช้แบตเตอรี่ลิเธียม (Lithium Battery) หากเกิดความเสียหายหรือความร้อนสูง อาจเกิดควันหรือไฟไหม้ได้ ห้องโดยสารมีลูกเรือคอยสังเกตและรับมือเหตุการณ์ฉุกเฉินได้ทันที…


