ย้อนกลับไปก่อนเข้าสู่เส้นทางนักบินฝึกหัด การสอบคัดเลือกนักเรียนทุนในอดีตมีข้อกำหนดบางอย่างแตกต่างจากปัจจุบัน เช่น อายุและความสามารถด้านภาษาอังกฤษ แต่หลักการทั่วไปคือ ปริญญาตรีสาขาใดก็ได้
เพื่อนร่วมรุ่นของผมจบมาหลากหลายสาขา ตั้งแต่สัตวแพทย์ วิศวกรรม สถาปัตยกรรม นิเทศศาสตร์ ฯลฯ
ขั้นตอนการสอบคัดเลือก (ปี 1992)
การสอบแบ่งเป็น 5 ขั้นตอนหลัก ดังนี้
- สมัครและตรวจคุณสมบัติ
- ข้อกำหนดสมัยนั้นคือ หากผ่านทุกขั้นตอนแล้ว จะไม่สามารถสมัครสอบใหม่อีกในชีวิตนี้
- ปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลง เช่น ต้องรอ 3–5 ปี ขึ้นอยู่กับขั้นตอนที่ผ่าน
- สอบข้อเขียน
- วิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และภาษาอังกฤษ
- ปัจจุบันมีการเพิ่ม aptitude test เพื่อวัดความถนัดด้านต่าง ๆ เช่น short-term memory, spatial orientation, multi-tasking
- ตรวจร่างกาย
- ทำที่สถาบันเวชศาสตร์การบิน กองทัพอากาศ
- สอบสัมภาษณ์กับกัปตันการบินไทย
- รอบนี้สำคัญมากสำหรับวัด บุคลิกภาพ ความมั่นใจ และความรู้ทั่วไป
- ตัวผมเองเคยตอบคำถามกัปตันไม่รู้เรื่องเครื่องบินเลย แต่โชคดีที่สามารถอธิบายสิ่งที่เขียนในใบสมัคร เช่น sense of direction ได้ถูกจุด
- Aptitude Test สุดท้าย (สอบ “professor”)
- ทำกับนักจิตวิทยาจาก Scandinavian Institute of Aviation Psychology (SIAP)
- การสอบแบ่งเป็น 2 วัน: paper test และสอบตัวต่อตัว
- รอบนี้วัดทั้ง ความจำ, พื้นฐานพฤติกรรมทางสังคม, spatial orientation, การแก้ไขสถานการณ์กะทันหัน
ประสบการณ์ของผม
ตอนสอบสัมภาษณ์ในขั้นตอนที่ 4 ผมไม่มีความมั่นใจเลย เพราะไม่เคยรู้เรื่องเครื่องบินมาก่อน กัปตันถามเกี่ยวกับเครื่องบิน ผมตอบไม่ถูก แต่โชคดีที่สามารถอธิบายเรื่อง ทิศทางและการอ่านแผนที่ ได้อย่างมั่นใจ ซึ่งตรงกับการวัด Spatial Orientation ของนักบิน
การสอบรอบสุดท้ายถือเป็น ด่านหิน สำหรับทุกคน แต่ผมกลับสนุกมาก เพราะได้เรียนรู้ว่าอาชีพนักบินนั้นมีมิติให้ศึกษามากมาย
จากกว่าพันคนที่สมัคร รอบสุดท้ายมีผู้ผ่านเพียง 14 คน
ใคร ๆ ก็บินได้จริงหรือ?
คำตอบสั้น ๆ คือ ไม่ใช่ทุกคน
แม้ทุกคนจะมีความฝัน แต่การเป็นนักบินต้องผ่าน การคัดเลือกเข้มข้นหลายชั้น ทั้งด้านร่างกาย ความรู้ ความสามารถเฉพาะด้าน และทัศนคติ
ประสบการณ์และการสอบรอบต่าง ๆ สอนให้รู้ว่า การเป็นนักบินพาณิชย์ไม่ใช่เรื่องง่าย และไม่ใช่ใครก็ทำได้เหมือนกัน
Becoming a Commercial Pilot: Can “Anyone Fly” Really Be True?
Before stepping into pilot training, candidates for the student pilot scholarship faced a rigorous selection process. While the exact requirements have changed over time—such as age limits and English proficiency—the core principle remains: a bachelor’s degree in any field is acceptable.
In my cohort, classmates came from diverse backgrounds: veterinary science, engineering, architecture, communication arts, and more.
The Selection Process (Back in 1992)
The selection process consisted of five main stages:
- Application and Eligibility Check
- At that time, once you completed all stages, you were not allowed to reapply in your lifetime.
- Today, the rules vary; you may need to wait 3–5 years depending on how far you progressed in the previous attempt.
- Written Exam
- Covered mathematics, science, and English.
- Modern tests often include aptitude assessments, measuring short-term memory, spatial orientation, and multitasking skills.
- Medical Examination
- Conducted at the Air Force Institute of Aviation Medicine.
- Interview with Thai Airways Captains
- This stage evaluates personality, confidence, and general knowledge.
- I remember struggling to answer technical questions about aircraft, but I could explain my claim of “sense of direction” in my application, which reflected my ability to read maps and navigate confidently in unfamiliar terrain.
- Final Aptitude Test (“Professor Test”)
- Conducted by psychologists from the Scandinavian Institute of Aviation Psychology (SIAP).
- Lasted two days: a paper-based test and one-on-one interviews.
- Assessed memory, social behavior, spatial orientation, stress response, and problem-solving skills.
My Experience
During the fourth stage interview, I felt completely unprepared because I had no prior knowledge of aircraft. But I managed to explain my sense of direction confidently, which aligned with the evaluation of spatial orientation—an essential skill for pilots.
The final “professor” stage was the toughest yet most fascinating part of the process. It revealed how multidimensional a pilot’s role really is, far beyond just flying an airplane.
From over a thousand initial applicants, only 14 candidates successfully made it through to the end.
Can Anyone Really Become a Pilot?
The short answer is no.
While many people dream of flying, becoming a commercial pilot requires passing multiple rigorous assessments of physical ability, knowledge, specific skills, and attitude.
The experience and evaluation at each stage underscore an essential truth: being a commercial pilot is challenging, and not everyone can do it.
Key Takeaways for Aspiring Pilots
- Solid Foundations Matter: Mathematics, physics, and English form the backbone of aviation knowledge.
- Continuous Learning is Essential: Aviation rules, technologies, and procedures evolve constantly; a pilot must never stop studying.
- Discipline and Resilience: The journey is long and demanding, but perseverance shapes a professional pilot.
- The Right Mindset: A great pilot is measured not by rank or aircraft type but by professionalism, teamwork, and prioritizing safety at all times.
✈️ “Flying is a dream, but becoming a pilot is a journey. It requires preparation, focus, and resilience. Few will reach the cockpit, but every challenge along the way is part of the adventure.”
-

มือใหม่หัดเดินทางด้วยเครื่องบิน
คู่มือฉบับสมบูรณ์ ตั้งแต่ออกจากบ้านจนถึงออกจากสนามบินปลายทาง “การเดินทางทางอากาศอาจดูซับซ้อนสำหรับคนที่ไม่เคยขึ้นเครื่องบินมาก่อน แต่หากเข้าใจขั้นตอนต่าง ๆ แล้ว จะพบว่าการเดินทางนั้นง่ายและสะดวกกว่าที่คิด” สำหรับผู้ที่กำลังจะเดินทางด้วยเครื่องบินเป็นครั้งแรก ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยว การทำงาน หรือการศึกษาต่อในต่างประเทศ มักมีคำถามมากมาย เช่น บทความนี้จะพาคุณเดินทางไปทีละขั้นตอน ตั้งแต่ออกจากบ้านจนถึงเดินออกจากสนามบินปลายทางอย่างมั่นใจ ขั้นตอนที่ 1 วางแผนก่อนออกเดินทาง ก่อนวันเดินทาง ควรตรวจสอบสิ่งสำคัญดังนี้ เอกสารการเดินทาง สำหรับเที่ยวบินภายในประเทศ สำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ ควรตรวจสอบอายุหนังสือเดินทางให้เหลือมากกว่า 6 เดือน เนื่องจากหลายประเทศไม่อนุญาตให้เข้าประเทศหากหนังสือเดินทางใกล้หมดอายุ ขั้นตอนที่ 2 การจัดกระเป๋า ผู้โดยสารควรแยกความแตกต่างระหว่าง Checked Baggage กระเป๋าที่โหลดใต้ท้องเครื่อง Carry-on Baggage กระเป๋าถือขึ้นห้องโดยสาร สิ่งของที่ห้ามนำขึ้นเครื่อง ตัวอย่างเช่น ของเหลวที่ต้องระวัง สำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ ของเหลว เจล สเปรย์ เช่น หลายคนถูกยึดน้ำดื่มที่ด่านตรวจความปลอดภัยเพราะลืมดื่มให้หมดก่อนเข้าเขตหวงห้าม Power Bank สิ่งที่หลายคนเข้าใจผิดคือ Power Bank ต้องนำขึ้นเครื่องเท่านั้น ห้ามโหลดใต้ท้องเครื่อง เนื่องจากแบตเตอรี่ลิเธียมมีความเสี่ยงต่อการเกิดความร้อนและไฟไหม้ ขั้นตอนที่…
-

Call Sign, ICAO และ IATA Codes: ภาษาลับที่ใช้สื่อสารในโลกการบิน
ENGLISH version click here เมื่อเราเดินทางด้วยเครื่องบิน เรามักเห็นรหัสต่าง ๆ ปรากฏอยู่บนตั๋วโดยสาร หน้าจอแสดงเที่ยวบิน หรือแม้แต่ได้ยินจากการสื่อสารระหว่างนักบินกับหอบังคับการบิน เช่น TG102, BKK, VTBS หรือ THA หลายคนอาจสงสัยว่ารหัสเหล่านี้คืออะไร และแตกต่างกันอย่างไร ในความเป็นจริง อุตสาหกรรมการบินทั่วโลกมีระบบรหัสมาตรฐานหลายประเภท เพื่อให้สามารถสื่อสารและปฏิบัติการได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ 1. Call Sign คืออะไร Call Sign คือชื่อเรียกทางวิทยุที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารระหว่างนักบินและเจ้าหน้าที่ควบคุมจราจรทางอากาศ (ATC) ตัวอย่างเช่น เที่ยวบิน TG102 ของการบินไทย บนวิทยุจะใช้ Call Sign ว่า “THAI One Zero Two” หรือ เที่ยวบิน FD3021 ของ AirAsia จะใช้ Call Sign ว่า “AIRASIA Three Zero…
-

เมื่อท้องฟ้าไม่ได้เป็นมิตร: ฝน พายุฝนฟ้าคะนอง และอันตรายที่นักบินต้องระวัง
ENGLISH version click here เวลาผู้โดยสารมองออกไปนอกหน้าต่างแล้วเห็นเพียง “ฝนตกหนัก” หลายคนอาจคิดว่าเป็นแค่สภาพอากาศไม่ดีทั่วไป แต่สำหรับนักบินแล้ว เมฆฝนก้อนหนึ่งอาจซ่อนพลังงานมหาศาลที่สามารถส่งผลต่อความปลอดภัยของเที่ยวบินได้โดยตรง ในโลกการบิน “Thunderstorm” หรือพายุฝนฟ้าคะนอง ถือเป็นหนึ่งในสภาพอากาศที่นักบินให้ความระมัดระวังมากที่สุด เพราะภายในเมฆพายุสามารถเกิดทั้งกระแสลมรุนแรง น้ำแข็ง ฟ้าผ่า ลูกเห็บ และการเปลี่ยนแปลงของแรงลมอย่างฉับพลัน และทั้งหมดนี้อาจเกิดขึ้นพร้อมกันภายในเวลาไม่กี่นาที เมฆ CB – เมฆที่นักบินไม่อยากเข้าใกล้ เมฆพายุฝนฟ้าคะนองในทางการบินเรียกว่า “Cumulonimbus” หรือที่นักบินเรียกสั้น ๆ ว่า “CB” เมฆชนิดนี้เกิดจากอากาศร้อนชื้นลอยตัวขึ้นอย่างรุนแรง ทำให้เมฆเติบโตในแนวดิ่งสูงหลายหมื่นฟุต บางครั้งสูงถึงระดับที่เครื่องบินโดยสารบินอยู่ ภายใน CB อาจมี นักบินจึงมักหลีกเลี่ยงการบินผ่านเมฆ CB โดยรักษาระยะห่างอย่างน้อยประมาณ 20 Nautical Miles โดยเฉพาะด้านหน้าของแนวพายุ Turbulence – แรงสั่นสะเทือนที่อันตรายกว่าที่คิด บริเวณใกล้พายุฝนฟ้าคะนองมักมีอากาศปั่นป่วนรุนแรง หรือ Turbulence แรงกระแทกจากกระแสอากาศขึ้นลงอย่างรวดเร็วสามารถทำให้ นี่คือเหตุผลว่าทำไมสายการบินจึงเน้นเรื่อง “รัดเข็มขัดนิรภัยตลอดเวลา” แม้ในช่วงที่สัญญาณ Seat Belt ดับอยู่ก็ตาม…
-

อ่านแผนที่อากาศสำหรับการบิน: SIGWX, SIGMET, Jet Stream และ CAT ที่นักบินต้องรู้
เมื่อพูดถึง “การพยากรณ์อากาศการบิน” หลายคนอาจนึกถึงแค่ฝนตก ฟ้าคะนอง หรือเมฆต่ำ แต่ในโลกของการบินจริง นักบินและพนักงานอำนวยการบินต้องอ่านข้อมูลที่ซับซ้อนกว่านั้นมาก เพราะสภาพอากาศในระดับความสูง 30,000–40,000 ฟุต มีผลโดยตรงต่อความปลอดภัย ประสิทธิภาพ และความสบายของเที่ยวบิน หนึ่งในเครื่องมือสำคัญคือ “SIGWX Chart” หรือแผนที่ Significant Weather รวมถึงข้อมูล SIGMET, Jet Stream, CAT และแผนที่ลม-อุณหภูมิในระดับบินต่าง ๆ ซึ่งถือเป็นหัวใจของการวางแผนการบินสมัยใหม่ อากาศสำหรับการบิน ต่างจากอากาศทั่วไปอย่างไร? การพยากรณ์อากาศทั่วไปมักสนใจสิ่งที่เกิด “บนพื้นดิน” เช่น ฝน อุณหภูมิ หรือพายุ แต่การบินต้องสนใจสภาพอากาศ “ตลอดความสูงของบรรยากาศ” ตั้งแต่ระดับต่ำจนถึงระดับบินสูง (Flight Level) ตัวอย่างสิ่งที่นักบินต้องรู้ ได้แก่ ทั้งหมดนี้อาจไม่สามารถมองเห็นได้จากพื้นดิน แต่มีผลต่อเที่ยวบินอย่างมาก SIGWX Chart คืออะไร? SIGWX ย่อมาจาก Significant Weather Chart เป็นแผนที่ที่ใช้แสดง “สภาพอากาศสำคัญ” สำหรับการบินในช่วงเวลาพยากรณ์หนึ่ง…
-

จากเมฆสู่รันเวย์: ระบบนำร่องเพื่อลงสนามบินของอากาศยาน
เมื่อเครื่องบินกำลังเดินทางเข้าสู่ปลายทาง ช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดช่วงหนึ่งของการบินก็คือ “การนำเครื่องลงจอด” (Approach and Landing) เพราะเป็นช่วงที่นักบินต้องควบคุมอากาศยานให้ลดระดับ ลดความเร็ว และจัดแนวเครื่องบินให้ตรงกับแนวรันเวย์อย่างแม่นยำ ในอดีต นักบินต้องอาศัยการมองเห็นภายนอกเป็นหลัก แต่เมื่อสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย เช่น ฝนตก หมอกหนา เมฆต่ำ หรือการบินเวลากลางคืน จึงเกิดการพัฒนา “ระบบนำร่องเพื่อลงสนามบิน” ขึ้นมา เพื่อช่วยให้อากาศยานสามารถลงจอดได้อย่างปลอดภัย แม้ในสภาพอากาศที่แทบมองไม่เห็นพื้นดิน ระบบเหล่านี้คือหัวใจสำคัญของการบินสมัยใหม่ และเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่ช่วยยกระดับความปลอดภัยทางการบินอย่างมหาศาล การนำเครื่องลงสนามคืออะไร? การนำเครื่องลงสนาม (Instrument Approach) คือกระบวนการนำอากาศยานจากระดับบินเข้าสู่แนวร่อนลงจอด (Final Approach Path) จนถึงรันเวย์ นักบินต้องควบคุมองค์ประกอบสำคัญหลายอย่างพร้อมกัน ได้แก่ ในสภาพอากาศปกติ นักบินสามารถใช้สายตามองเห็นสนามบินได้ แต่ในสภาพอากาศเลวร้าย จำเป็นต้องพึ่งพาระบบนำร่องและเครื่องวัดต่าง ๆ แทน ประเภทของระบบนำร่องเพื่อลงสนาม ระบบนำร่องสำหรับการลงสนามแบ่งได้หลายประเภท ตั้งแต่ระบบดั้งเดิมที่ใช้คลื่นวิทยุ ไปจนถึงระบบดาวเทียมสมัยใหม่ 1. NDB (Non-Directional Beacon) NDB คือระบบนำร่องแบบเก่า ที่ส่งสัญญาณวิทยุรอบทิศทางจากภาคพื้น เครื่องบินจะใช้เครื่องรับที่เรียกว่า ADF (Automatic…
-

พายุหมุนเขตร้อนและระดับความแรง
ระดับความแรงของพายุหมุนเขตร้อน วัดจาก “ความเร็วลม” เป็นหลัก พายุหมุนเขตร้อนจะถูกจัดระดับความรุนแรงตาม “ความเร็วลมคงที่ใกล้ศูนย์กลางพายุ” (Maximum Sustained Wind) ยิ่งลมแรง พายุก็ยิ่งมีพลังทำลายสูง ทั้งจาก ลำดับการพัฒนาของพายุ 1. Tropical Disturbance เป็นกลุ่มเมฆฝนและพายุฟ้าคะนองที่เริ่มรวมตัวกันเหนือทะเลอุ่น ยังไม่มีการหมุนชัดเจน และยังไม่ถูกตั้งชื่อ 2. Tropical Depression เริ่มมีการหมุนของลมรอบศูนย์กลาง ความเร็วลมไม่เกิน V < 34\ \text{knots} หรือประมาณต่ำกว่า 63 km/h ระยะนี้เริ่มมีการประกาศติดตามพายุอย่างเป็นทางการ 3. Tropical Storm เมื่อความเร็วลมเพิ่มขึ้นถึง 34\ \text{knots} \leq V \leq 63\ \text{knots} หรือประมาณ 63–117 km/h พายุจะได้รับ “ชื่อ” อย่างเป็นทางการ เช่น Maria, Haiyan หรือ Katrina เริ่มส่งผลกระทบชัดเจนต่อการเดินเรือและการบิน…
-

ลมของโลกเรา เกิดขึ้นได้อย่างไร?
ENG version click here ทำไมกระแสลมของซีกโลกเหนือและใต้จึงหมุนคนละทิศ โลกของเราไม่ได้หยุดนิ่ง แต่กำลังหมุนอยู่ตลอดเวลา พร้อมกับได้รับพลังงานจากดวงอาทิตย์อย่างไม่เท่ากันในแต่ละพื้นที่ สิ่งเหล่านี้เองคือจุดเริ่มต้นของ “ลม” และระบบกระแสอากาศขนาดมหึมาที่ปกคลุมโลกทั้งใบ ลมไม่ใช่เพียงอากาศที่เคลื่อนที่ผ่านตัวเราเท่านั้น แต่เป็นกลไกสำคัญที่ควบคุมสภาพอากาศ การเกิดพายุ การบิน การเดินเรือ และสมดุลของภูมิอากาศโลก ลมเกิดขึ้นได้อย่างไร ต้นกำเนิดของลมมาจาก “ความแตกต่างของอุณหภูมิ” บนพื้นผิวโลก บริเวณที่ได้รับความร้อนจากดวงอาทิตย์มาก อากาศจะร้อนและเบา จึงลอยตัวขึ้น เกิดเป็นบริเวณความกดอากาศต่ำ (Low Pressure) ในขณะที่บริเวณอากาศเย็นกว่า อากาศจะหนาแน่นและหนักกว่า จึงจมตัวลง กลายเป็นบริเวณความกดอากาศสูง (High Pressure) อากาศจึงเคลื่อนที่จากความกดอากาศสูง ไปยังความกดอากาศต่ำการเคลื่อนที่นี้เองที่เราเรียกว่า “ลม” โลกหมุน ทำให้ลมเบี่ยงทิศ ถ้าโลกไม่หมุน ลมจะพัดตรงจากขั้วโลกสู่เส้นศูนย์สูตร และย้อนกลับอย่างง่าย ๆ แต่ในความเป็นจริง โลกหมุนรอบตัวเองตลอดเวลา ทำให้เกิดแรงที่เรียกว่า Coriolis Effect แรงนี้ทำให้ทิศทางลม “เบี่ยง” ผลของแรงนี้ทำให้กระแสลมทั่วโลกเกิดการหมุนวนเป็นรูปแบบขนาดใหญ่ กระแสลมหลักของโลก โลกมีระบบหมุนเวียนอากาศหลัก 3 ช่วงในแต่ละซีกโลก 1.…
-

Route Facilities Chart — แผนที่สำคัญสำหรับนักบินในการเดินอากาศ
ENG version click here ในการบิน ไม่ว่าจะเป็นการบินพาณิชย์ การบินส่วนบุคคล หรือการบินทางทหาร นักบินไม่ได้อาศัยเพียง “มองเห็นเส้นทาง” จากหน้าต่างห้องนักบินเท่านั้น แต่ต้องพึ่งพา “แผนที่การบิน” หรือ Aeronautical Charts เพื่อใช้ในการวางแผนและนำทางอย่างแม่นยำ หนึ่งในแผนที่สำคัญที่สุดสำหรับการบินระหว่างสนามบินคือ Route Facilities Chart ซึ่งเป็นแผนที่ที่แสดงข้อมูลเส้นทางบิน เครื่องช่วยการเดินอากาศ ความสูงปลอดภัย เส้นทางบินมาตรฐาน รวมถึงข้อมูลด้านการควบคุมจราจรทางอากาศ (ATC) แผนที่ชนิดนี้ถือเป็น “ภาษากลาง” ของนักบินทั่วโลก Route Facilities Chart คืออะไร Route Facilities Chart คือแผนที่ที่ใช้สำหรับการบินระหว่างสนามบิน (Enroute Navigation) โดยเฉพาะในการบินแบบ IFR — Instrument Flight Rules หน้าที่หลักของแผนที่คือช่วยให้นักบินสามารถ: ข้อมูลสำคัญที่อยู่ใน Route Facilities Chart 1. Airways — เส้นทางบิน…


