กว่าจะเป็นนักบินพาณิชย์ : “ใคร ๆ ก็บินได้” จริงหรือ?

ย้อนกลับไปก่อนเข้าสู่เส้นทางนักบินฝึกหัด การสอบคัดเลือกนักเรียนทุนในอดีตมีข้อกำหนดบางอย่างแตกต่างจากปัจจุบัน เช่น อายุและความสามารถด้านภาษาอังกฤษ แต่หลักการทั่วไปคือ ปริญญาตรีสาขาใดก็ได้

เพื่อนร่วมรุ่นของผมจบมาหลากหลายสาขา ตั้งแต่สัตวแพทย์ วิศวกรรม สถาปัตยกรรม นิเทศศาสตร์ ฯลฯ


ขั้นตอนการสอบคัดเลือก (ปี 1992)

การสอบแบ่งเป็น 5 ขั้นตอนหลัก ดังนี้

  1. สมัครและตรวจคุณสมบัติ
    • ข้อกำหนดสมัยนั้นคือ หากผ่านทุกขั้นตอนแล้ว จะไม่สามารถสมัครสอบใหม่อีกในชีวิตนี้
    • ปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลง เช่น ต้องรอ 3–5 ปี ขึ้นอยู่กับขั้นตอนที่ผ่าน
  2. สอบข้อเขียน
    • วิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และภาษาอังกฤษ
    • ปัจจุบันมีการเพิ่ม aptitude test เพื่อวัดความถนัดด้านต่าง ๆ เช่น short-term memory, spatial orientation, multi-tasking
  3. ตรวจร่างกาย
    • ทำที่สถาบันเวชศาสตร์การบิน กองทัพอากาศ
  4. สอบสัมภาษณ์กับกัปตันการบินไทย
    • รอบนี้สำคัญมากสำหรับวัด บุคลิกภาพ ความมั่นใจ และความรู้ทั่วไป
    • ตัวผมเองเคยตอบคำถามกัปตันไม่รู้เรื่องเครื่องบินเลย แต่โชคดีที่สามารถอธิบายสิ่งที่เขียนในใบสมัคร เช่น sense of direction ได้ถูกจุด
  5. Aptitude Test สุดท้าย (สอบ “professor”)
    • ทำกับนักจิตวิทยาจาก Scandinavian Institute of Aviation Psychology (SIAP)
    • การสอบแบ่งเป็น 2 วัน: paper test และสอบตัวต่อตัว
    • รอบนี้วัดทั้ง ความจำ, พื้นฐานพฤติกรรมทางสังคม, spatial orientation, การแก้ไขสถานการณ์กะทันหัน

ประสบการณ์ของผม

ตอนสอบสัมภาษณ์ในขั้นตอนที่ 4 ผมไม่มีความมั่นใจเลย เพราะไม่เคยรู้เรื่องเครื่องบินมาก่อน กัปตันถามเกี่ยวกับเครื่องบิน ผมตอบไม่ถูก แต่โชคดีที่สามารถอธิบายเรื่อง ทิศทางและการอ่านแผนที่ ได้อย่างมั่นใจ ซึ่งตรงกับการวัด Spatial Orientation ของนักบิน

การสอบรอบสุดท้ายถือเป็น ด่านหิน สำหรับทุกคน แต่ผมกลับสนุกมาก เพราะได้เรียนรู้ว่าอาชีพนักบินนั้นมีมิติให้ศึกษามากมาย

จากกว่าพันคนที่สมัคร รอบสุดท้ายมีผู้ผ่านเพียง 14 คน


ใคร ๆ ก็บินได้จริงหรือ?

คำตอบสั้น ๆ คือ ไม่ใช่ทุกคน
แม้ทุกคนจะมีความฝัน แต่การเป็นนักบินต้องผ่าน การคัดเลือกเข้มข้นหลายชั้น ทั้งด้านร่างกาย ความรู้ ความสามารถเฉพาะด้าน และทัศนคติ

ประสบการณ์และการสอบรอบต่าง ๆ สอนให้รู้ว่า การเป็นนักบินพาณิชย์ไม่ใช่เรื่องง่าย และไม่ใช่ใครก็ทำได้เหมือนกัน

Becoming a Commercial Pilot: Can “Anyone Fly” Really Be True?

Before stepping into pilot training, candidates for the student pilot scholarship faced a rigorous selection process. While the exact requirements have changed over time—such as age limits and English proficiency—the core principle remains: a bachelor’s degree in any field is acceptable.

In my cohort, classmates came from diverse backgrounds: veterinary science, engineering, architecture, communication arts, and more.


The Selection Process (Back in 1992)

The selection process consisted of five main stages:

  1. Application and Eligibility Check
    • At that time, once you completed all stages, you were not allowed to reapply in your lifetime.
    • Today, the rules vary; you may need to wait 3–5 years depending on how far you progressed in the previous attempt.
  2. Written Exam
    • Covered mathematics, science, and English.
    • Modern tests often include aptitude assessments, measuring short-term memory, spatial orientation, and multitasking skills.
  3. Medical Examination
    • Conducted at the Air Force Institute of Aviation Medicine.
  4. Interview with Thai Airways Captains
    • This stage evaluates personality, confidence, and general knowledge.
    • I remember struggling to answer technical questions about aircraft, but I could explain my claim of “sense of direction” in my application, which reflected my ability to read maps and navigate confidently in unfamiliar terrain.
  5. Final Aptitude Test (“Professor Test”)
    • Conducted by psychologists from the Scandinavian Institute of Aviation Psychology (SIAP).
    • Lasted two days: a paper-based test and one-on-one interviews.
    • Assessed memory, social behavior, spatial orientation, stress response, and problem-solving skills.

My Experience

During the fourth stage interview, I felt completely unprepared because I had no prior knowledge of aircraft. But I managed to explain my sense of direction confidently, which aligned with the evaluation of spatial orientation—an essential skill for pilots.

The final “professor” stage was the toughest yet most fascinating part of the process. It revealed how multidimensional a pilot’s role really is, far beyond just flying an airplane.

From over a thousand initial applicants, only 14 candidates successfully made it through to the end.


Can Anyone Really Become a Pilot?

The short answer is no.
While many people dream of flying, becoming a commercial pilot requires passing multiple rigorous assessments of physical ability, knowledge, specific skills, and attitude.

The experience and evaluation at each stage underscore an essential truth: being a commercial pilot is challenging, and not everyone can do it.


Key Takeaways for Aspiring Pilots

  • Solid Foundations Matter: Mathematics, physics, and English form the backbone of aviation knowledge.
  • Continuous Learning is Essential: Aviation rules, technologies, and procedures evolve constantly; a pilot must never stop studying.
  • Discipline and Resilience: The journey is long and demanding, but perseverance shapes a professional pilot.
  • The Right Mindset: A great pilot is measured not by rank or aircraft type but by professionalism, teamwork, and prioritizing safety at all times.

✈️ “Flying is a dream, but becoming a pilot is a journey. It requires preparation, focus, and resilience. Few will reach the cockpit, but every challenge along the way is part of the adventure.”

  • นักบินจะไม่ตัดสินใจเพื่อที่จะเอาใจคนรอบข้าง

    นักบินจะไม่ตัดสินใจเพื่อที่จะเอาใจคนรอบข้าง

    การตัดสินใจที่ถูกต้อง แม้จะไม่มีใครชื่นชม ในอาชีพนักบิน การตัดสินใจที่ “ถูกต้องจริง ๆ”มีบ่อยครั้ง…ที่ไม่ใช่การตัดสินใจที่ได้รับเสียงปรบมือ ตัวอย่างเช่น การยกเลิกเที่ยวบินการตัดสินใจดีเลย์เที่ยวบินการที่จะต้องบินกลับไปลงที่เดิมหรือการเลือกที่จะไม่บิน ทั้งที่ทุกอย่าง ดูเหมือนจะไปได้ นั่นเป็นเพราะว่า ไม่มีใครเห็นข้อมูลทั้งหมดในหัวนักบินที่กำลังประมวลผลไม่มีใครอยู่ในห้องนักบินไม่มีใครรับผิดชอบผลลัพธ์แทนได้ สิ่งที่ผู้โดยสารเห็น อาจเป็นแค่ “ความไม่สะดวก”แต่สิ่งที่นักบินเห็น คือ ความเสี่ยงที่ไม่ควรยอมรับ การบินสอนให้เรารู้ว่า การตัดสินใจที่ดี ไม่จำเป็นต้องทำให้ทุกคนพอใจแต่มันต้องทำให้ทุกคน “ปลอดภัย” นักบินที่ยังรอคำชมมักตัดสินใจช้าเกินไปหรือตัดสินใจผิด เพื่อรักษาภาพลักษณ์ แต่นักบินมืออาชีพยอมรับได้กับการไม่มีเสียงชมถ้าแลกกับการพาทุกคนกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย เพราะในโลกของการบินความสำเร็จที่แท้จริง คือไม่มีอะไรเกิดขึ้น และนั่น…คือคำชมที่ดังที่สุดแม้จะไม่มีใครพูดออกมาก็ตาม —Capt. Sopon Insights Share on FacebookPost on XFollow usSave

  • Wheels and Brakes

    Wheels and Brakes

    โบอิ้ง 747 ไม่มี Brake Fans สำหรับลดอุณหภูมิของเบรคเครื่องบิน โบอิ้ง 747 มีล้อที่ติดตั้งเบรคอยู่ 16 ล้อ มีแค่สองล้อหน้าที่ไม่มีเบรคติดตั้งอยู่ที่ล้อ (เครื่องบินส่วนใหญ่) ไม่ติดตั้งระบบเบรคที่ล้อหน้า เพราะล้อหน้าเล็ก (ถูกทำให้เล็ก เพราะไม่จำเป็นต้องใหญ่ มันไม่ได้รับน้ำหนักส่วนใหญ่ของเครื่องบิน) การติดตั้งเบรคที่ล้อหน้าจะทำให้ล้อมีความเครียดสูงมากหรือรับน้ำหนักตัวของเครื่องบินแทบทั้งหมดเมื่อมีการเบรค มันจึงไม่ค่อยจำเป็น ผมเข้าใจว่างั้นนะ ล้อหน้าภาษาอังกฤษเรียกว่า Nose Landing Gear เรียกเหมือน ๆ กันในทุกแบบของเครื่องบิน ส่วนล้อบริเวณปีกหรือลำตัว ก็เรียกแตกต่างกันไปบ้าง เช่น Main Landing Gears, Body Gears หรือ Wing Gears จำนวนล้อ สัมพันธ์กับ น้ำหนักของเครื่องบินเครื่องบินที่มีน้ำหนักตัวมาก ๆ เมื่อวิ่งขึ้น Takeoff Weight หรือ น้ำหนักสูงสุดในการลงสนาม Maximum Landing Weight สูง ๆ เครื่องบินก็จะมีจำนวนล้อบริเวณลำตัวหรือที่ปีกจำนวนมากขึ้น ทั้่งนี้เพื่อรองรับน้ำหนักในขณะกระแทกพื้น…

  • เส้นทางบิน (Air Routes): โครงสร้างที่มองไม่เห็นของความปลอดภัยบนท้องฟ้า

    เส้นทางบิน (Air Routes): โครงสร้างที่มองไม่เห็นของความปลอดภัยบนท้องฟ้า

    ทุกเที่ยวบินที่ขึ้นจากสนามบินหนึ่งไปยังอีกสนามบินหนึ่ง ล้วนต้อง “เดินทางผ่านเส้นทาง”แม้ผู้โดยสารจะไม่เห็นมัน และนักบินจะไม่ได้รู้สึกถึงมันโดยตรง เส้นทางบินไม่ใช่เพียงเส้นสมมุติบนแผนที่แต่คือ โครงสร้างพื้นฐานของระบบการบินพลเรือนโลกเป็นกลไกที่ทำให้เครื่องบินหลายหมื่นลำต่อวันสามารถบินร่วมกันในห้วงอากาศเดียวกันได้โดยไม่ชนกัน ไม่สับสน และไม่ต้องพึ่งการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าตลอดเวลา บทนี้จะอธิบายว่า 1. เส้นทางบินคืออะไร และทำไมต้องมี ในเชิงนิยามเส้นทางบิน (Air Route) คือแนวทางการบินที่ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าในห้วงอากาศเพื่อใช้เป็นกรอบให้เครื่องบินปฏิบัติการบินได้อย่างปลอดภัย เป็นระเบียบ และสามารถควบคุมได้ หากไม่มีเส้นทางบิน เส้นทางบินจึงเป็นเครื่องมือที่ทำให้ “ระบบสามารถทำงานได้ แม้มนุษย์จะไม่สมบูรณ์แบบ” 2. หลักการพื้นฐานของการออกแบบเส้นทางบิน การออกแบบเส้นทางบินไม่ได้เริ่มจากคำถามว่า“บินอย่างไรให้เร็วที่สุด”แต่เริ่มจากคำถามว่า“ทำอย่างไรให้เครื่องบินจำนวนมากบินร่วมกันได้อย่างปลอดภัยที่สุด” 2.1 Separation – หัวใจของความปลอดภัย หลักการแรกคือ การแยกอากาศยาน (Separation)เส้นทางบินช่วยให้การแยกเป็นไปอย่างมีระบบ ได้แก่ เส้นทางที่กำหนดไว้ล่วงหน้าทำให้ ATC สามารถ 2.2 Predictability – ระบบต้อง “คาดเดาได้” ระบบจราจรทางอากาศพึ่งพา ความสามารถในการคาดการณ์ (Predictability)มากกว่าความยืดหยุ่นแบบอิสระ เมื่อทุกลำใช้เส้นทางเดียวกัน Predictability คือสิ่งที่ทำให้ระบบขนาดใหญ่ “ไม่ล้ม” 2.3 Efficiency – ประสิทธิภาพในภาพรวม เส้นทางบินอาจไม่ใช่เส้นตรงที่สุดแต่ถูกออกแบบให้เหมาะสมกับภาพรวมของระบบ เช่น ประสิทธิภาพของเส้นทางบินจึงไม่ใช่เรื่องของเครื่องบินลำเดียวแต่เป็นเรื่องของ…

  • เมื่อไหร่ต้องอพยพออกจากเครื่องบิน Emergency Evacuation

    เมื่อไหร่ต้องอพยพออกจากเครื่องบิน Emergency Evacuation

    สถานการณ์ฉุกเฉินที่ต้องอพยพออกจากเครื่องบิน (Emergency Evacuation) ในอุตสาหกรรมการบิน “การอพยพออกจากอากาศยาน” ถือเป็นหนึ่งในสถานการณ์ที่ร้ายแรงที่สุด แม้จะเกิดขึ้นไม่บ่อย แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้ว เวลาทุกวินาทีมีค่าอย่างยิ่ง ความอยู่รอดของผู้โดยสารและลูกเรือไม่ได้ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับ การตัดสินใจที่ถูกต้อง การสื่อสารที่ชัดเจน และระบบความปลอดภัยที่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับสถานการณ์เลวร้ายที่สุด Read an ENGLISH version click here สถานการณ์ที่อาจต้องทำการอพยพ ตัวอย่างสถานการณ์ที่ต้องพิจารณาอพยพทันที ได้แก่ สิ่งสำคัญคือ ไม่ใช่ทุกเหตุฉุกเฉินต้องอพยพ แต่เมื่อมีคำสั่งอพยพแล้ว ต้องปฏิบัติทันทีโดยไม่มีความลังเล การอพยพ (Evacuation) ICAO และหน่วยงานกำกับดูแลกำหนดให้เครื่องบินพาณิชย์ต้องสามารถอพยพผู้โดยสารทั้งหมดออกจากเครื่องได้ภายใน 90 วินาที แม้จะใช้งานทางออกเพียงครึ่งหนึ่ง และในสภาพแสงสว่างจำกัด การอพยพที่มีประสิทธิภาพประกอบด้วยองค์ประกอบหลัก 3 ประการ สัญญาณในการอพยพ (Evacuation Signals) สัญญาณที่ใช้ในการอพยพถูกออกแบบให้ทำงานได้แม้ในสภาพเลวร้าย เช่น ไฟดับ ควันหนา หรือความโกลาหล 1. สัญญาณจากลูกเรือ 2. ระบบเสียงประกาศ (Passenger Announcement, PA System) ใช้ประกาศคำสั่งอพยพทั้งจากห้องนักบินและห้องโดยสาร…

  • รู้หรือไม่ หน้าต่างเครื่องบินทำไมต้องเป็นวงกลมหรือวงรี

    รู้หรือไม่ หน้าต่างเครื่องบินทำไมต้องเป็นวงกลมหรือวงรี

    คำถามนี้เป็นคำถามคลาสสิกของงานออกแบบอากาศยาน และคำตอบไม่ได้เป็นเรื่อง “ความสวยงาม” แต่เป็นเรื่อง โครงสร้าง ความดัน และความปลอดภัยโดยตรง ผมขออธิบายเป็นลำดับเหตุผลครับ #ENGRead in ENGLISH click here 1. ความดันในห้องโดยสารคือศัตรูหลักของหน้าต่าง ขณะบินที่ระดับความสูงประมาณ 35,000 ฟุตความดันอากาศภายนอกต่ำมากแต่ภายในห้องโดยสารถูกอัดความดันไว้ใกล้เคียงระดับ 6,000–8,000 ฟุต ผลคือผนังลำตัวเครื่องบินถูกดันออกจากด้านในตลอดเวลา หน้าต่างคือ “ช่องโหว่” ทางโครงสร้างที่อ่อนแอที่สุดจุดหนึ่ง 2. ปัญหาของมุมแหลม: จุดรวมความเค้น (Stress Concentration) ถ้าหน้าต่างเป็นทรงสี่เหลี่ยมจะเกิดปัญหาทันทีที่ มุม ที่มุมของรูปทรงเหลี่ยม: ในงานวิศวกรรม เรียกว่าStress Concentration ยิ่งเป็นความดันแบบขึ้น–ลงซ้ำ ๆ ทุกเที่ยวบิน (Pressurization Cycle)รอยร้าวจะค่อย ๆ โตขึ้นโดยที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า 3. บทเรียนราคาแพง: De Havilland Comet เครื่องบินเจ็ตโดยสารรุ่นแรกของโลกในยุค 1950ใช้ หน้าต่างสี่เหลี่ยม ผลลัพธ์คือ: หลังจากนั้นไม่มีเครื่องบินโดยสารแบบกดดันห้องโดยสารลำใดใช้หน้าต่างเหลี่ยมอีกเลย 4. ทำไมต้อง “วงกลม”…

  • ระบบ Avionics ของอากาศยาน: มากกว่าแค่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

    ระบบ Avionics ของอากาศยาน: มากกว่าแค่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

    Read in ENGLISH click here Aircraft Avionics Systems: More Than Just Electronics บทนำ อากาศยานสมัยใหม่มักถูกอธิบายว่าเป็น “flying computers” ซึ่งแม้จะเข้าใจง่าย แต่คำอธิบายนี้ยังไม่ครบถ้วนและอาจทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน อากาศยานไม่ได้พึ่งพา electronics ในลักษณะเดียวกับอุปกรณ์ consumer electronics ทั่วไป หากแต่พึ่งพา avionics ซึ่งเป็น electronics แขนงเฉพาะที่ถูกออกแบบ รับรอง และควบคุมอย่างเข้มงวด เพื่อรองรับ ความปลอดภัย ความเชื่อถือได้ และความสามารถในการคาดการณ์พฤติกรรมของระบบการบิน บทนี้มีวัตถุประสงค์เพื่ออธิบายความแตกต่างพื้นฐานระหว่าง electronics และ avionics ว่าทำไมความแตกต่างนี้จึงมีความสำคัญ และเหตุใดความเข้าใจหรือการจัดการ avionics ที่ไม่ถูกต้องจึงมีส่วนเกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุและ serious incidents หลายเหตุการณ์ในโลกการบิน ผ่านกรณีศึกษาที่คัดเลือกมา จะเห็นได้ว่า “avionics failures” แทบไม่เคยเป็นปัญหาของเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่เกือบทั้งหมดเกี่ยวข้องกับ system integration, human…

  • ระบบป้องกันเครื่องบินชนกันกลางอากาศ

    ระบบป้องกันเครื่องบินชนกันกลางอากาศ

    Read ENGLISH version click here ระบบป้องกันการชนกันกลางอากาศ (TCAS / ACAS) เทคโนโลยีอาจช่วยเตือน แต่การตัดสินใจยังคงเป็นหน้าที่ของนักบิน บทนำ การชนกันกลางอากาศ (Mid-Air Collision) เป็นหนึ่งในความเสี่ยงที่รุนแรงที่สุดในอุตสาหกรรมการบิน แม้โอกาสเกิดจะต่ำมาก แต่ผลลัพธ์แทบไม่มีโอกาสแก้ไข ระบบป้องกันการชนกันกลางอากาศจึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเป็น “ด่านสุดท้าย” ระหว่างความผิดพลาดของมนุษย์ ความจำกัดของ ATC และความซับซ้อนของสภาพแวดล้อมการบิน ระบบนั้นคือ TCAS / ACAS — ระบบที่นักบินทุกคนเคยได้ยินเสียงเตือน แต่ไม่ใช่ทุกคนจะเข้าใจปรัชญาและขีดจำกัดของมันอย่างแท้จริง 1. แนวคิดของ ACAS: มาตรฐานระดับโลก ACAS (Airborne Collision Avoidance System) เป็นคำที่ ICAO ใช้ในเชิงมาตรฐาน โดยถูกกำหนดไว้ใน ICAO Annex 10 และเอกสารสนับสนุนอื่น ๆ จุดสำคัญของ ACAS คือ ICAO แบ่ง ACAS…

  • อีกด้านของคำว่า “อาชีพในฝัน”

    อีกด้านของคำว่า “อาชีพในฝัน”

    ENGLISH version Click here ชีวิตนักบินไม่ได้เริ่มตอนเครื่องออก แต่เริ่มตั้งแต่ก่อนฟ้าสางหลายคนมองอาชีพนักบินผ่านภาพในโฆษณายูนิฟอร์มเรียบ เท่ห์ เดินผ่านสนามบินอย่างมั่นใจแต่สิ่งที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึง คือ “ชีวิตจริงก่อนเที่ยวบิน” โดยเฉพาะเที่ยวบินเช้า ลองนึกภาพเที่ยวบินที่ออกเวลา 06:00 น. สำหรับผู้โดยสาร นั่นอาจหมายถึงการตื่นตีสี่ รีบไปสนามบินแต่สำหรับนักบิน การทำงานวันนั้นเริ่มเร็วกว่านั้นมาก เที่ยวบินหกโมงเช้า นักบินตื่นกี่โมง? โดยทั่วไป นักบินต้อง รายงานตัว (report for duty) ประมาณ 60–90 นาที ก่อนเวลาเครื่องออกหากเป็นสนามบินใหญ่ หรือเที่ยวบินระหว่างประเทศ เวลาเตรียมตัวอาจนานกว่านั้น ดังนั้น เที่ยวบิน 06:00 น.เวลารายงานตัวอาจอยู่ที่ 04:30 น. แต่การรายงานตัวไม่ใช่เวลาที่นักบินตื่นนักบินต้องเผื่อเวลาให้กับ ในความเป็นจริง นักบินจำนวนมากต้อง ตื่นตั้งแต่ประมาณ 02:30–03:00 น. และนั่นคือ ถ้าคืนนั้น “นอนหลับได้ตามแผน” การนอนของนักบิน ไม่ได้วัดแค่จำนวนชั่วโมง หนึ่งในความท้าทายที่สุดของอาชีพนักบิน คือการทำงานที่ไม่เป็นเวลา (irregular schedule) ร่างกายมนุษย์ถูกออกแบบให้มีนาฬิกาชีวิต (circadian…

  • จากโคไพลอตไปเป็นกัปตัน

    จากโคไพลอตไปเป็นกัปตัน

    ผมได้รับการโปรโมทเป็นกัปตันของการบินไทยในปี 2006วันที่ติดสี่ขีดบนบ่าอย่างเป็นทางการคือ 16 กันยายน ถ้านับตั้งแต่วันที่ผมก้าวออกจากโรงเรียนการบินวันนั้นเท่ากับว่าผมใช้เวลาอยู่ในอาชีพนักบินมาแล้ว กว่า 12 ปี หลายคนอาจถามว่า ช้าไหมคำตอบคือ ไม่ช้า และก็ไม่เร็วแต่มันคือเส้นทางที่สะท้อนโครงสร้างของอาชีพนักบินในยุคนั้นได้ชัดเจนมาก ในสมัยก่อน กฎระเบียบของการบินไทยกำหนดไว้อย่างชัดเจนว่าผู้ที่จะได้รับการพิจารณาเป็นนักบินที่หนึ่ง (Captain) จะต้อง เงื่อนไขแรก—“เป็นนักบินไม่น้อยกว่า 8 ปี”—ในทางปฏิบัติ มีการตีความกันอยู่พักใหญ่สุดท้ายข้อสรุปก็คือ นับตั้งแต่จบโรงเรียนการบิน ส่วนเงื่อนไขที่สองนั้นชัดเจนกว่าการจะเป็น Senior Co-Pilot ได้ ต้องสอบผ่านและได้รับ ATPLหรือที่นักบินสมัยก่อนเรียกกันติดปากว่า D License เหตุผลที่เรียกเช่นนั้นก็เพราะเลขที่ใบอนุญาต ATPL ของไทยจะขึ้นต้นด้วยอักษร Dเช่น D-0001, D-0123 เป็นต้น ทำไมการเป็นกัปตันถึง “ช้า” สิ่งที่คนภายนอกมักไม่เข้าใจคือการเป็นกัปตันไม่ได้ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติส่วนบุคคลอย่างเดียว แต่มันขึ้นอยู่กับ “ความต้องการกัปตันของสายการบินในช่วงเวลานั้น” เป็นหลัก ตัวแปรมีหลายอย่าง เช่น ถ้าสายการบินต้องการกัปตันจำนวนมากการฝึกก็จะถูกเร่งให้เร็วขึ้นแต่ถ้าไม่จำเป็น ก็ต้องรอ ในช่วงที่ผมเข้ามาเป็นนักบินการบินไทยรับนักบินใหม่ปีละหลายชุดเมื่อครบคุณสมบัติ ก็จะ ทยอยฝึกกัปตันตามลำดับรุ่น ปัญหาคือเมื่อถึงเวลาที่ผมครบเกณฑ์ 8 ปียังมีรุ่นพี่ค้างอยู่ก่อนหน้าผมอีก เกือบห้าสิบคน นั่นหมายความว่า ต่อให้คุณ…

  • ทำไมบางคน “สอบตก” ทั้งที่ดูพร้อมกว่าคนอื่น

    ทำไมบางคน “สอบตก” ทั้งที่ดูพร้อมกว่าคนอื่น

    ห้องสัมภาษณ์นักบินไม่ใช่สนามสอบความรู้และไม่ใช่เวทีแสดงความเก่ง หลายคนเดินเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารหนาชั่วโมงบินครบผลการเรียนดีภาษาอังกฤษดีและเตรียมคำตอบมาอย่างเป็นระบบ แต่กลับเดินออกไปพร้อมคำว่า“ไม่ผ่านการสัมภาษณ์” จากมุมของคนคุมห้องเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกเลย เราไม่ได้คัด “คนที่เตรียมตัวดีที่สุด” ในฐานะผู้สัมภาษณ์นักบินสิ่งที่เรามองหา ไม่ใช่คนที่ตอบคำถามได้เป๊ะที่สุดแต่คือคนที่ จะปลอดภัยที่สุด เมื่ออยู่ในระบบการบินจริง 10–20 นาทีในห้องสัมภาษณ์อาจดูสั้นสำหรับผู้สมัครแต่เพียงพอสำหรับกรรมการในการเห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่หลังคำตอบ เพราะนักบินไม่ได้ทำงานในสภาวะที่มีเวลาเตรียมคำตอบล่วงหน้าการบินคือการตัดสินใจในปัจจุบันภายใต้ข้อมูลไม่ครบและความกดดันจริง สิ่งที่เราฟัง…ไม่ใช่แค่คำตอบ ในทุกคำถามสิ่งที่สำคัญกว่าคำตอบ คือ บางคนตอบถูกทุกข้อแต่เต็มไปด้วยสัญญาณของความตึงเครียดการกลัวผิดและความพยายามจะ “เดาใจกรรมการ” จากมุมคนคุมห้องนี่คือ Red Flag ความมั่นใจที่มากเกินไป ก็เป็นเหตุให้ตกได้ ผู้สมัครจำนวนไม่น้อยพยายามแสดงความมั่นใจให้มากที่สุดพูดเร็ว พูดเยอะย้ำว่าตนเองเคยเจอสถานการณ์ยากแค่ไหน แต่ในโลกการบินความมั่นใจที่ไม่เปิดพื้นที่ให้คนอื่นคือความเสี่ยง นักบินพาณิชย์ทำงานแบบ Multi-Crewทุกการตัดสินใจต้องผ่านการตรวจทานและยอมรับความเห็นที่แตกต่าง คนที่ “เชื่อมั่นตนเองมากเกินไป”มักไม่ฟังและมักไม่รู้ตัวว่า กำลังพาความเสี่ยงขึ้นเครื่องไปด้วย ทำไมคนที่ดูพร้อม จึงมักพลาด ผู้สมัครที่เตรียมตัวมามากมักติดกับดักอย่างหนึ่งโดยไม่รู้ตัวนั่นคือ การยึดติดกับคำตอบที่ซ้อมมา เมื่อคำถามไม่ตรงกับสิ่งที่เตรียมสมองจะเริ่มลังเลร่างกายจะเริ่มแสดงอาการสายตาหลบมือขยับเสียงเปลี่ยน สิ่งเหล่านี้ ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญก็เห็นได้และสำหรับคนที่คุมห้องสัมภาษณ์สัญญาณเหล่านี้ชัดเจนมาก ห้องสัมภาษณ์ คือ Cockpit จำลอง เราไม่เคยมองหานักบินที่ “ไม่เคยพลาด”แต่เรามองหาคนที่ การสัมภาษณ์ จึงไม่ต่างจาก CRM บนโต๊ะเราอยากเห็นว่าถ้าเกิดความไม่ชัดเจนขึ้นคุณจะจัดการกับมันอย่างไร สอบตก ไม่ได้แปลว่าไม่เหมาะกับการบิน การไม่ผ่านการสัมภาษณ์ไม่ได้ตัดสินคุณค่าของชีวิตใคร แต่สะท้อนว่าในช่วงเวลานั้นบุคลิก ทัศนคติ หรือวิธีคิดของคุณอาจยังไม่ตรงกับความเสี่ยงที่องค์กรพร้อมรับ บางคนสอบตกวันนี้แต่กลับมาใหม่อย่างแข็งแรงกว่าเดิมและกลายเป็นนักบินที่ดีมากในวันข้างหน้า…

Leave a Comment